You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
มะเร็งเม็ดเลือดขาว: ผู้ป่วยลูกผสม มีโอกาสพบผู้บริจาคสเต็มเซลล์ที่เข้ากันได้น้อยกว่าคนขาว
ผู้หญิงลูกครึ่งไนจีเรีย-เยอรมัน ที่ป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว กำลังพยายามตามหาผู้บริจาคสเต็มเซลล์ที่เข้ากันได้กับเธอ ขณะที่เวลาเหลือน้อยลงทุกที โอกาสที่คนเชื้อชาติผสมจะหาผู้บริจาคสเต็มเซลล์ที่เข้ากันได้อยู่ที่ 23% น้อยกว่าคนขาวราว 3 เท่า
อาสตริด เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวและต้องได้เต็มเซลล์จากผู้บริจาคที่เหมาะสมมารักษา แต่จากจำนวนผู้บริจาคจากทั่วโลก เพียง 3% เท่านั้นที่เป็นคนเชื้อชาติผสม จึงมีโอกาสน้อยมากที่เธอจะพบผู้บริจาคที่เข้ากันได้
"สวัสดีค่ะ ฉันชื่ออาสตริด อายุ 42 ปี อาศัยอยู่ที่เมืองแฟรงก์เฟิร์ต-อัม-ไมน์ ฉันเป็นคนเชื้อชาติผสม พ่อของฉันมาจากรัฐอาบียา ประเทศไนจีเรีย แม่ของฉันมาจากบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี"
"ฉันนึกว่า มันเป็นเรื่องล้อเล่น เป็นไปไม่ได้ที่ฉันจะเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว" เธอ กล่าว
ทว่า ทุก 35 วินาที มีคนได้รับการวินิจฉัยว่า เป็นมะเร็งเลือด อาสตริดเป็นหนึ่งในนั้น
สเต็มเซลล์ เป็นเซลล์พิเศษของร่างกายที่ช่วยรักษามะเร็งเลือดได้ ใคร ๆ ก็สามารถบริจาคสเต็มเซลล์ได้โดยไม่ต้องมีการผ่าตัด
ระหว่างรอผู้บริจาคสเต็มเซลล์ที่เข้ากันได้ อาสตริดต้องรับการรักษาเพื่อยืดชีวิตที่คลินิกในเมืองไฮเดลเบิร์ก
Be The Match องค์กรในสหรัฐฯ ที่ทำงานช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งเลือด ระบุว่า ถ้าคุณเป็นคนขาว คุณมีโอกาสถึง 77% ที่จะพบผู้บริจาคที่สเต็มเซลล์เข้ากันได้แต่ถ้าคุณเป็นคนดำ หรือลูกผสมโอกาสจะลงมาอยู่ที่ 23%
ศาสตราจารย์แฮร์ไมน์ ไอน์เซล ผู้เชี่ยวชาญด้านเลือด กล่าวว่า "มีผู้บริจาคทั่วโลกลงทะเบียนไว้ราว 30 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นคนขาว ถ้าคุณลองเลือกประชากร 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งเป็นคนจีน อีกกลุ่มเป็นคนยุโรปกลาง จะเห็นความแตกต่างของสเต็มเซลล์ของคน 2 กลุ่มนี้อย่างชัดเจน ทำให้การนำสเต็มเซลล์มาใช้ข้ามกลุ่มเชื้อชาติเป็นไปได้ยาก"
อาสตริดเหลือเวลาน้อยลงทุกที เธอจึงใช้เฟซบุ๊ก เป็นช่องทางหาผู้บริจาค มีผู้คนนับพันในเยอรมนีเข้าร่วมทดสอบว่า ตัวอย่างเซลล์ของพวกเขาจะตรงกับของเธอ แม้นมีความช่วยเหลือมากมายในยุโรป ทว่าเธอก็ยังไม่พบผู้บริจาคที่เข้ากันได้ แต่ก็ยังพอมีข่าวดีบ้าง มีผู้จัดกิจกรรมหาผู้บริจาคในเมืองลากอสของไนจีเรีย
อาชิม ผู้บริจาคในลากอส กล่าวว่า "เรื่องของอาสตริด กระทบใจฉันมาก เพราะฉันเองก็มีลูก ฉันหวังว่า คนอื่น ๆ ก็จะบริจาคสเต็มเซลล์ให้ฉันเหมือนกัน"
กลับไปที่แฟรงก์เฟิร์ต อาสตริดยังคงรอคอยต่อไป
"การไม่สามารถอยู่ดูลูกโตขึ้นได้ เป็นเรื่องที่ฉันไม่อาจทนรับได้ ฉันอยากมอบชีวิตฉันให้แก่ลูก ๆ ไม่ใช่ความตาย" อาสตริด กล่าว
ฟลอเรียน สามีของอาสตริด กำลังทำทุกวิถีทางที่เขาสามารถทำได้ เขาบินไปสหรัฐฯ เพื่อหาผู้บริจาคในวงกว้างขึ้น
"เพื่อนของผมบอกว่า 'ถ้าคุณพบทองคำ จงอย่าโยนมันทิ้งไป' อาสตริด คือ ทองของผม" ฟลอเรียน กล่าว
"ผมเพิ่งมาถึงดอร์เชสเตอร์ คนที่นี่ส่วนใหญ่เป็นคนดำ ผมกำลังมองหาร้านค้าต่าง ๆ ที่พวกเขาจะอนุญาตให้ผมติดโปสเตอร์หาผู้บริจาคให้อาสตริดได้" ฟลอเรียน กล่าว
กลับไปที่เยอรมนี อาสตริด กลับไปที่โรงพยาบาล และได้ทราบข่าวร้าย
"หลังจากหามาทั่วโลกยังไม่พบผู้บริจาคคนใดที่มีตัวอย่างเซลล์ใกล้เคียงกับฉัน"
7 เดือน ผ่านไป ยังหาผู้บริจาคไม่ได้ สำหรับ อาสตริด และผู้ป่วยอีกหลายพันคน การค้นหาผู้บริจาคที่เข้ากันได้ยังดำเนินต่อไป