You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ชาวเวเนซุเอลาหลั่งไหลออกนอกประเทศใกล้แตะวิกฤติผู้อพยพในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) ชี้ปรากฏการณ์ที่ชาวเวเนซุเอลาพากันอพยพหนีความวุ่นวายอันสืบเนื่องมาจากปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำภายในประเทศเป็นจำนวนมากนั้น กำลังทวีความรุนแรงเกือบเท่ากับวิกฤติที่คลื่นผู้อพยพหลั่งไหลเข้าสู่ยุโรปผ่านทางทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเมื่อปี 2015
นายโจ มิลล์แมน โฆษก IOM ระบุว่า ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งรวมถึงเหตุการณ์โจมตีค่ายผู้อพยพชาวเวเนซุเอลาบริเวณพรมแดนบราซิล เป็นสัญญาณเบื้องต้นที่บ่งชี้ว่าภูมิภาคละตินอเมริกากำลังต้องการความช่วยเหลือ
"ปัญหานี้อาจทวีความรุนแรงจนนำไปสู่วิกฤติการณ์ที่เราได้เห็นมาแล้วในหลายพื้นที่ของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน...สถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้อาจกลายเป็นวิกฤติการณ์ได้อย่างรวดเร็ว และเราต้องเตรียมรับมือ" นายมิลล์แมน กล่าว
คำเตือนนี้มีขึ้นหลังจากบรรดาประเทศเพื่อนบ้านเวเนซุเอลากำลังเพิ่มมาตรการคุมเข้มตามแนวชายแดน เพราะชาวเวเนซุเอลาพากันหนีชีวิตอันแร้นแค้นในประเทศไปแสวงหาชีวิตที่ดีกว่าในต่างแดน
โดยเปรู ซึ่งปัจจุบันรับผู้อพยพชาวเวเนซุเอลาไว้ในประเทศราว 400,000 คน เริ่มใช้มาตรการตรวจหนังสือเดินทางชาวเวเนซุเอลาในวันเสาร์นี้ (25 ส.ค.) จากเดิมที่อนุญาตให้พลเมืองเวเนซุเอลาเดินทางเข้าประเทศได้โดยใช้เพียงบัตรประจำตัวประชาชน
ด้านเอกวาดอร์พยายามใช้มาตรการเดียวกันนี้เมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ศาลคัดค้านโดยชี้ว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงระดับภูมิภาคที่ให้พลเมืองสามารถเดินทางข้ามพรมแดนได้อย่างเสรี
ข้อมูลจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) ระบุว่า มีชาวเวเนซุเอลาอพยพออกจากประเทศแล้วราว 2.3 ล้านคนนับแต่ปี 2014 เป็นต้นมา หรือคิดเป็น 7% ของประชากรทั้งประเทศ ซึ่งนายวิลเลียม สปินด์เลอร์ จากยูเอ็นเอชซีอาร์ กล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็น "หนึ่งในการโยกย้ายถิ่นฐานของประชากรครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ภูมิภาคละตินอเมริกา"
ยูเอ็นชี้ว่าแม้หลายประเทศพยายามผลักดันผู้อพยพชาวเวเนซุเอลา แต่โคลอมเบียเป็นอีกประเทศที่ยังคงเปิดประตูรับผู้อพยพกลุ่มนี้ โดยปัจจุบันมีชาวเวเนซุเอลาในโคลอมเบียกว่า 870,000 คน ในจำนวนนี้กว่า 450,000 คนได้รับสถานะเทียบเท่ากับพลเมืองตามปกติ
นายอันโตนิโอ กูแตร์เรส เลขาธิการยูเอ็น เตรียมตั้งทีมงานพิเศษของยูเอ็นขึ้นเพื่อประสานงานการรับมือกับวิกฤติในภูมิภาค ขณะที่เอกวาดอร์จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอด 13 ชาติขึ้นในเดือน ก.ย.นี้