"ไทยพาร์ค" ตลาดนัดอาหารไทยใหญ่ที่สุดในยุโรป ความอร่อยที่มาพร้อมชื่อเสียงและอุปสรรค
เรื่องและวิดีโอโดย สุชีรา มาไกวร์ ผู้สื่อข่าววิดีโอ
หากเอ่ยชื่อสวนสาธารณะ "พร็อยเซ็นพาร์ค (Preußenpark)" ชาวกรุงเบอร์ลินหลายคนอาจบอกว่าไม่รู้จัก แต่ถ้าบอกว่า "ไทยพาร์ค" พวกเขาจะนึกออกทันที

ที่มาของภาพ, BBC Thai

ที่มาของภาพ, BBC Thai
สวนสาธารณะขนาด 7,000 ตร.ม. ตั้งอยู่ทางตะวันตกของกรุงเบอร์ลินแห่งนี้กลายเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ในฐานะเป็นตลาดนัดอาหารไทยขนาดใหญ่ที่ชาวเบอร์ลินและนักท่องเที่ยวจำนวนมากจากทั่วโลกเดินทางมาช้อป ชิม แชร์ ในวันที่ฟ้าโปร่งอากาศเป็นใจ ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา
ด้วยจำนวนผู้ค้ากว่า 80 ราย ที่มาพร้อมรายการอาหาร ขนม และเครื่องดื่มมากหน้าหลายตา อาหารบางอย่างหากินได้ยาก หรืออาจไม่มีขายที่อื่นในเบอร์ลินเลย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ไทยพาร์คจะดึงดูดลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้วันละหลายพันคน
แต่ความโด่งดังของไทยพาร์คเป็นเสมือนดาบสองคม ด้านหนึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้นจะเป็นผลดีต่อผู้ค้า แต่ก็นำมาซึ่งความแออัดของผู้คน และมลภาวะทางเสียง ซึ่งสร้างความเดือดร้อนรำคาญใจให้ผู้อยู่อาศัยในบริเวณนั้น จนต้องรวมตัวไปเรียกร้องให้ทางการจัดระเบียบในสวน นอกจากนี้ ยังมีเสียงเรียกร้องจากผู้ค้ากลุ่มอื่นในกรุงเบอร์ลิน ที่ต้องการให้ผู้ค้าในไทยพาร์คเสียภาษีรายได้ให้ถูกต้องตามกฎหมายเหมือนที่พวกเขาต้องปฏิบัติ
จากชุมชนชาวไทยเล็ก ๆ ในกรุงเบอร์ลิน กลายเป็นตลาดนัดอาหารไทยขนาดใหญ่ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก จนกลายเป็นประเด็นร้อนของกรุงเบอร์ลินได้อย่างไร
เพราะ คิดถึงบ้าน
นางรัชนี ศิลปชัย มูเดอร์ วัย 72 ปี หรือที่ทุกคนในไทยพาร์คเรียกขานกันว่า "แม่แอ๊ว" บอกกับบีบีซีไทยว่าเธอเป็นผู้ก่อตั้งไทยพาร์ค จากการรวมตัวของคนไทยกลุ่มเล็ก ๆ ที่ไม่คาดคิดว่าจะกลายเป็นตลาดนัดชื่อดังแบบนี้

ที่มาของภาพ, BBC Thai
แม่แอ๊วเล่าว่าเธออาศัยอยู่ที่กรุงเบอร์ลินกับสามีชาวเยอรมันมาตั้งแต่ปี 1984 และต่อมาเริ่มรวมกลุ่มชุมชนชาวไทยที่อยู่อาศัยในละแวกนี้ นัดเจอกันเพื่อทำอาหารมาแลกเปลี่ยนกันกินตามประสาคนไกลบ้าน แต่เมื่อคนที่มาเที่ยวพักผ่อนที่สวนเห็นกลุ่มคนไทยทำอาหารไทยกินกันก็ขอซื้อต่อ เมื่อเป็นเช่นนี้หลายครั้งจึงเริ่มทำอาหารมาขาย
"ปี 1995 มีคนมาขายของเริ่มจาก 3-4 เจ้า ตอนแรกก็กินเองบ้างขายบ้างแจกบ้าง จากนั้นก็เพิ่มเป็น 10 เจ้า พอปี 1996-1997 ก็กลายเป็น 30 เจ้า แล้วก็เพิ่มมาเรื่อย ๆ" แม่แอ๊วเล่าถึงจุดเริ่มต้นของไทยพาร์คให้ฟังอย่างอารมณ์ดีที่แผงขายน้ำแข็งไสและเครื่องดื่มไทยของเธอ เช่น น้ำกระเจี๊ยบ โอเลี้ยง ชาดำเย็น

ที่มาของภาพ, BBC Thai
การสนทนากับเธอเป็นไปอย่างราบรื่น เธอตอบทุกคำถามอย่างเปิดเผย คุยไปไสน้ำแข็งจากแท่นไสน้ำแข็งไม้จากไทยไป มีบ้างที่ถูกขัดจังหวะจากผู้คนที่เดินมาผ่านมาทักทายสวัสดี เนื่องจากเธอเป็นที่เคารพนับถือของผู้คนในไทยพาร์ค
แม่แอ๊วเล่าว่าสมัยก่อน ผู้ค้ารายใหม่สนใจเข้ามาขายในตลาด ก็ต้องนำอาหารมาให้เธอชิมก่อนว่ารสชาติดีพอไหม หากเธอให้ผ่านจึงเข้ามาขายได้ นอกจากนี้ เธอยังจัดการรวบรวมเงินจากผู้ค้าเพื่อจ้างพนักงานพิเศษมาเก็บขยะทำความสะอาดหลังตลาดวาย และจ้างคนทำความสะอาดห้องน้ำในสวนด้วย แต่ช่วง 5 ปีที่ผ่านมาเมื่อมีคนมากขึ้น ประกอบกับอายุมากขึ้น เธอจึงรามือเรื่องนี้ไป

ที่มาของภาพ, BBC Thai
ด้าน แม่ค้าก๋วยเตี๋ยว ที่บอกว่าชื่อ "คุณกุ้ง" บอกกับบีบีซีไทยว่า ไทยพาร์คก่อกำเนิดด้วยความไม่ตั้งใจ เป็นความบังเอิญที่คนไทยจำนวนมากอาศัยอยู่ในเส้นทางที่รถใต้ดินสาย 7 พาดผ่าน สถานีของรถใต้ดินนี้อยู่ห่างจากสวนเพียง 170 ม. อีกทั้งสวนนี้มีห้องน้ำพร้อม จึงกลายเป็นสถานที่นัดเจอกันของคนไทยไกลบ้านไปโดยปริยาย

ที่มาของภาพ, BBC Thai
"ร้อนก็เลยนัดกันทำอาหารมานั่งกินกันที่พาร์ค ทีนี้ฝรั่งมานอนอาบแดดเขาก็เห็นมีของกินติดมาด้วยแล้วน่ากิน เขาก็ขอซื้อ ตอนแรกก็ให้ทานฟรี ๆ แต่เขาไม่เอา อยากช่วยค่าใช้จ่ายต้นทุน ฝรั่งก็พูดปากต่อปากมันก็เลยต่อเนื่องกันมาเรื่อย ๆ" คุณกุ้งเล่าย้อนถึงที่มาของไทยพาร์ค ยืนยันว่าชื่อเสียงของไทยพาร์คในปัจจุบันเป็นเรื่องเกินความคาดหมาย
"ดัง" จนหนวกหู
เมื่อชื่อของไทยพาร์คเริ่มเป็นที่รู้จักของคนในเบอร์ลิน ก็เริ่มมีการบอกต่อกันไปเรื่อย ๆ จากที่เคยเปิดแผงขายกันเฉพาะช่วงสุดสัปดาห์ ผู้ค้ารายที่ไม่มีงานประจำอื่นก็มาเปิดแผงขายกันทุกวัน
ปัจจุบัน มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาเยี่ยมเยือนไทยพาร์คไม่ขาดสาย และมีผู้ค้าชาวต่างชาติเข้ามาค้าขายร่วมกับชาวไทยด้วย โดยมากเป็นชาวเวียดนาม และระยะหลังเริ่มมีชาวเกาหลี ชาวกัมพูชา ชาวสเปนและชาวบราซิล

ที่มาของภาพ, BBC Thai
แม่แอ๊วบอกว่าเดิมทีมีแต่ผู้ค้าชาวไทยเป็นหลัก มีชาวเวียดนามไม่มากนัก แต่หลังจากเกิดเหตุไฟไหม้แผงขายของของชาวเวียดนามในฝั่งตะวันออกของเบอร์ลินจนได้รับความเสียหายอย่างหนักเมื่อราว 2 ปีก่อน ทำให้ผู้ค้าชาวเวียดนามจำนวนมากถูกลอยแพไม่มีสถานที่ทำมาหากิน จึงพากันมาขายอาหารที่ไทยพาร์คบ้าง จนตอนนี้มีผู้ค้าชาวเวียดนามในไทยพาร์คเกือบครึ่ง

ที่มาของภาพ, BBC Thai
จำนวนผู้ค้าที่มากขึ้น นำมาซึ่งจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ สวนสาธารณะที่เคยเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของผู้คนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ กลายเป็นพื้นที่สาธารณะของนักชิมจากทุกสารทิศ หญ้าที่เคยเขียวขจีสูงราวศอก กลายเป็นพื้นที่แห้งเตียนโรยรา ความร่มรื่นกลายเป็นความจอแจ จนนำไปสู่การร้องเรียนต่อสำนักงานเขต เพื่อเรียกร้องให้มีการจัดระเบียบคืนความสุขให้ชาวบ้านในพื้นที่
นายไรน์ฮาร์ด เนามันน์ นายกเทศมนตรีเขต Charlottenburg-Wilmersdorf เจ้าของพื้นที่พร็อยเซ็นพาร์คบอกกับบีบีซีไทยว่า ช่วงหลายปีที่ผ่านมาไทยพาร์คขยายตัวไปมาก มีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นจนสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านในพื้นที่ พวกเขาร้องเรียนมายังสำนักงานเขตให้จัดระเบียบไทยพาร์คให้เหมาะสม

ที่มาของภาพ, BBC Thai
"ตอนแรกไทยพาร์คเป็นการรวมกลุ่มของชุมชนชาวไทยที่มาทำอาหารกินกันในสวนสาธารณะ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนพึงกระทำได้ เหมือนมาปิกนิกตามปกติ แต่การค้าขายกันเป็นเรื่องเป็นราวแบบนี้ก่อให้เกิดปัญหา ชาวบ้านร้องเรียนมาว่าหนวกหูมาก พื้นที่แออัดจนไม่สามารถไปพักผ่อนหย่อนใจได้ สวนได้รับความเสียหายมาก พื้นหญ้าที่เคยเขียวกลายเป็นสีเทาดูไม่สวยงามอีกต่อไป" นายเนามันน์กล่าว
นอกจากนี้ อีกหนึ่งปัญหาใหญ่ของไทยพาร์คคือการที่ผู้ค้าไม่เสียภาษีรายได้ตามกฎหมาย เนื่องจากเป็นการรับชำระด้วยเงินสดและไม่มีการจดทะเบียนทำธุรกิจ ทางการจึงไม่มีหลักฐานข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานหรือรายได้ของผู้ค้ากลุ่มนี้

ที่มาของภาพ, BBC Thai
"กลุ่มคนที่ทำธุรกิจส่วนตัวและเสียภาษีรายได้ตั้งคำถามกับทางเขตว่าทำไมผู้ค้าในไทยพาร์คจึงไม่ต้องเสียภาษีเหมือนพวกเขา ทั้งที่ก็ประกอบธุรกิจส่วนตัวและมีรายได้เหมือนกัน" นายเนามันน์พูดถึงปัญหาใหญ่ที่ต้องถูกนำมาพิจารณาเพื่อจัดระเบียบไทยพาร์ค
คนล้นสวนเพราะเฟซบุ๊ก
ความหลากหลายและรสชาติของอาหารช่วยแพร่กระจายชื่อเสียงออกไป พร้อมกับ ความปรารถนาดีของชาวเยอรมันที่อยู่ในเบอร์ลินกลุ่มหนึ่ง เปิดเว็บไซต์และหน้าเฟซบุ๊ก Thai Park in Berlin เพื่อประชาสัมพันธ์ไทยพาร์ค โดยกลุ่มผู้ค้าไม่มีส่วนรู้เห็นใด ๆ ทั้งสิ้นกับสื่อเหล่านี้
"ตั้งแต่ลงอินเทอร์เน็ตในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ยิ่งวันไหนแดดจัด ๆ แทบไม่มีที่นั่งในพาร์คเลย มาจากทั่วโลก ในเยอรมนีเองก็มีเหมารถกันมาจากเมืองอื่น ทั้งฮัมบูร์ก สตุทการ์ต และมิวนิค" แม่แอ๊วกล่าว

ที่มาของภาพ, BBC Thai
นางภรณ์กมล เออร์ไบ นักท่องเที่ยวไทยจากสวีเดนบอกว่า เธอมาเที่ยวเบอร์ลินทุก 2 ปีแต่เพิ่งมาไทยพาร์คครั้งนี้เป็นครั้งแรก โดยได้ยินชื่อเสียงมาจากเพื่อนคนไทยในสวีเดนที่เคยมาเที่ยวเบอร์ลินแล้วเล่าให้ฟัง เธอจึงตั้งใจไว้ว่ามาเบอร์ลินครั้งนี้ต้องมาที่นี่ให้ได้
"ที่สวีเดนไม่มีอย่างนี้ อาหารเหมือนอยู่เมืองไทยเลย รสชาติดี ราคาโอเค มาเบอร์ลินอีกก็จะมาที่นี่อีก" นางภรณ์กมลกล่าว ก่อนขอตัวไปชิมของหวานที่เพิ่งซื้อมา

ที่มาของภาพ, BBC Thai
คุณกุ้งบอกว่า เคยมีคนมารดน้ำหญ้าในสวน แต่ระยะ 4-5 ปีมานี้ไม่มีคนมาดูแล ซึ่งอาจเป็นเพราะมีนักท่องเที่ยวมากขึ้นกว่าเดิมมากจนดูแลไม่ไหวจึงหยุดทำไป เมื่อสวนขาดการดูแล หญ้าจึงมีสภาพแห้งเหี่ยวอย่างที่เห็น
ระเบิดที่รอเวลา
กระแสกดดันให้มีการจัดระเบียบไทยพาร์คไม่ใช่เรื่องใหม่เสียทีเดียว คำร้องเรียนจากชาวบ้านที่มากขึ้นและบ่อยขึ้นเปรียบเหมือนระเบิดเวลาที่รอวัน ทางการส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจตราและตักเตือนผู้ค้าเป็นระยะ
เมื่อเดือนต.ค. ปีที่แล้ว หนังสือพิมพ์ เดอะ การ์เดียน ของอ้งกฤษรายงานว่า เจ้าหน้าที่เขต Charlottenburg-Wilmersdorf ขู่จะปิดไทยพาร์คหากผู้ค้าไม่จัดระเบียบในสวนและไม่เสียภาษีให้ถูกต้องตามกฎหมาย สร้างความหวั่นวิตกให้กับทั้งผู้ค้าและลูกค้าประจำ

ที่มาของภาพ, BBC Thai
อย่างไรก็ดี นายเนามันน์บอกกับบีบีซีไทยว่า ทางเขตได้เริ่มประสานงานกับกลุ่มผู้ค้าและชาวบ้านในพื้นที่เพื่อสร้างข้อตกลงที่เอื้อประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย โดยในขั้นแรกต้องการร่างแผนงานคร่าว ๆ เสนอเป็นนโยบายไปยังนักการเมืองท้องถิ่น เพื่อกำหนดเป็นระเบียบข้อปฏิบัติ และเริ่มจัดระเบียบไทยพาร์คอย่างจริงจัง นอกจากนี้ ยังหารือกับสถานเอกอัครราชทูตไทยกรุงเบอร์ลินเพื่อช่วยประสานงานและร่วมเจรจาพูดคุยด้วย
"เป้าหมายของเราคือการสร้างสมดุลเพื่อให้ไทยพาร์คดำเนินต่อไปได้ และพิจารณาประเด็นที่ผิดกฎหมายอย่างจริงจัง หากจะทำมาค้าขายกันเป็นอาชีพก็ต้องเสียภาษีตามกฎหมาย"
เมื่อถูกถามว่า จะจัดระบบเก็บภาษีอย่างไรเมื่อผู้ค้ารับชำระด้วยเงินสดและไม่มีบันทึกรายได้แสดงเป็นหลักฐาน นายเนามันน์บอกว่า เรื่องนี้ยังเป็นประเด็นที่ต้องหารือกัน หากไม่มีทางออกจริง ๆ ในอนาคตอาจต้องยกเลิกระบบชำระด้วยเงินสดเพื่อให้สามารถตรวจสอบรายได้ได้

ที่มาของภาพ, BBC Thai
ทั้งนี้ บีบีซีไทยติดต่อไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทยกรุงเบอร์ลิน แต่ได้รับการปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้
นายเนามันน์บอกว่า เขาเชื่อว่ากลุ่มผู้ค้าในไทยพาร์คจะเปิดรับข้อเสนอและให้ความร่วมมือในการเจรจาเป็นอย่างดี หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน คาดว่าภายในปีหน้าจะสามารถแก้ปัญหาได้สำเร็จ "พวกเขารู้ดีที่สุดว่าอะไรถูกกฎหมาย อะไรผิดกฎหมาย ทางเราต้องการสร้างข้อตกลงที่เป็นธรรมกับผู้ค้าและชาวบ้านในพื้นที่ แน่นอนว่าพื้นที่ตรงนี้ไม่ใช่เขตปลอดกฎหมาย" เขากล่าวทิ้งท้าย
ผิดก็ต้องยอมรับผิด
แม่แอ๊วบอกว่า เธอยินดีให้ความร่วมมือหากทางการสามารถจัดระเบียบไทยพาร์คได้ เพราะตระหนักดีว่าการค้าขายในรูปแบบที่ทำอยู่นั้นผิดกฎหมาย

ที่มาของภาพ, BBC Thai
"เราผิดเราก็ยอมรับผิดสิลูก ถ้าทำเป็นระบบจริง ๆ ก็จะยอมช่วยทุกอย่าง เราอยู่ที่นี่ เราถือว่าเขามีบุญคุณให้ที่กินที่อยู่ อยากทำให้ถูกต้องเป็นเรื่องเป็นราว" แม่แอ๊วตอบอย่างแข็งขัน แต่ก็อดแคลงใจไม่ได้ว่าทางการจะควบคุมการเสียภาษีอย่างไรให้เป็นธรรมกับผู้ค้า เนื่องจากเปิดแผงขายมีรายได้เฉพาะช่วงฤดูร้อน
"ที่นี่เสียภาษีไม่ใช่น้อย ๆ แล้วเสียแค่ 4 เดือนที่มาขายหรือเสียตลอดปี แม่ก็ไม่ค่อยเข้าใจระบบเท่าไหร่"
เธอบอกว่าตอนเริ่มทำตลาดไม่ได้คิดว่าจะออกมาเป็นแบบนี้ แต่เธอทำมากับมือ ไทยพาร์คจึงเป็นชีวิตจิตใจของเธอไปแล้ว "ถ้าไม่มีไทยพาร์ค บอกตรง ๆ เหงาตายเลย ไม่รู้จะไปไหนกัน"
ความเห็นของแม่แอ๊วสอดคล้องกับคุณกุ้งที่ต้องการทำตามกฎหมาย

ที่มาของภาพ, BBC Thai
"ดีมากเลย ต้องการให้เป็นระบบเหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าต้องทำวิธีไหนอย่างไร อยากทำให้ถูกต้อง จะเป็นเจ้าแรกเลยที่ไปจัดการให้มันถูกต้อง" คุณกุ้งกล่าว
เธอบอกว่าผู้ค้าหลายรายก็ต้องการทำตามกฎหมาย แต่ไม่มีใครรู้ว่าต้องเริ่มติดต่อกับใครอย่างไร หากมีเจ้าหน้าที่มาชี้แนะเป็นเรื่องราว เธอเชื่อว่าหลายคนจะให้ความร่วมมือ
คุณกุ้งบอกว่าถ้าไทยพาร์คถูกปิด คนที่เสียใจไม่แพ้กันก็คือกลุ่มลูกค้าซึ่งส่วนมากเป็นลูกค้าประจำและเห็นหน้ากันมานาน
"การได้มาไทยพาร์คก็ทำให้ได้มารู้จักกัน อยู่เมืองไทยไม่รู้จักกันมาก่อน มานี่ได้เพื่อนมันก็แก้เหงาคลายความคิดถึงบ้าน อยู่ที่นี่หน้าหนาวก็เหงานะ"

ที่มาของภาพ, BBC Thai
อย่างไรก็ตาม กรณีของแม่แอ๊วกับคุณกุ้งอาจไม่ตรงใจผู้ค้าในไทยพาร์คไปเสียทั้งหมด เนื่องจากผู้ค้าบางส่วนรับเงินสวัสดิการคนว่างงานจากรัฐบาล การเปิดเผยตัวว่าทำธุรกิจค้าขายย่อมหมายถึงการถูกยกเลิกเงินสวัสดิการรายเดือน
จ่ายแพงก็ยอม
บีบีซีไทยสอบถามลูกค้าบางส่วนที่มาใช้บริการที่ไทยพาร์คเพื่อฟังความคิดเห็น
อังเก นักท่องเที่ยวชาวเยอรมันจากเมืองดืสบูร์กบอกว่า เธอมาไทยพาร์คหลายครั้งแล้ว โดยปกติเธอมาเบอร์ลินเพื่อมาเยี่ยม อเล็กซ์ เพื่อนสนิทซึ่งอาศัยอยู่ไม่ไกลจากสวนนี้ ทุกครั้งที่มาเบอร์ลินก็ต้องมาไทยพาร์ค อังเกบอกว่าเธอเข้าใจทั้งสองฝ่าย และอยากสนับสนุนให้มีการทำให้ถูกกฎหมาย เธอคิดว่าผู้ค้าที่นี่รักษาความสะอาดของสวนได้ดีเมื่อเทียบกับตลาดนัดอาหารที่อื่น รู้สึกดีใจที่ได้เห็นความหลากหลายของวัฒนธรรมในเบอร์ลิน หากมีการเรียกเก็บภาษีและผู้ค้าขึ้นราคาค่าอาหาร เธอก็ยินดีจ่ายแพงขึ้นเพื่อให้ไทยพาร์คคงอยู่
ด้าน อเล็กซ์ ซึ่งเป็นชาวเบอร์ลินและอาศัยอยู่ในละแวกนี้บอกว่าเขามากินอาหารที่ไทยพาร์คติดต่อกันเป็นเวลา 15 ปีแล้ว มาสัปดาห์ละ 2 ครั้ง โดยช่วง 7-8 ปีแรกกลุ่มผู้ค้าทำอาหารมากินและขายในกลุ่มคนไทยกันเอง ขอซื้อก็ไม่ค่อยยอมขาย อเล็กซ์บอกด้วยว่า ในมุมมองของลูกค้า ตอนแรกเขาไม่ได้สนใจมากนักว่าตลาดนัดนี้ขายกันถูกกฎหมายหรือไม่ แต่พอรู้แล้วก็อยากให้ทำให้ถูกกฎหมาย "แต่ก่อนขอซื้อก็ไม่ให้ ดีใจที่เดี๋ยวนี้ใคร ๆ ก็ซื้อกินได้ ถ้าจ่ายภาษีแล้วขายแพงขึ้นก็ซื้อกินอยู่ดี แต่ไม่คิดว่าทางการจะจัดระเบียบได้อย่างที่บอก"

ที่มาของภาพ, BBC Thai
อีกฟากหนึ่งของสวน ไซมอน นักท่องเที่ยวชาวเยอรมันจากบาวาเรีย บอกว่าเขามาหาเพื่อนที่เบอร์ลินเลยแวะมากินอาหารไทยที่นี่ เขาเห็นข่าวเรื่องไทยพาร์คเมื่อปีที่แล้ว แต่ตัวเขาไม่ได้อาศัยอยู่ที่นี่และไม่ใช่ผู้รับผลกระทบโดยตรง จึงไม่อยากออกความเห็นว่าควรจัดการอย่างไร "ไทยพาร์คถือเป็นสัญลักษณ์ของการหลอมรวมของวัฒนธรรมในเบอร์ลิน อาหารอร่อย ราคาปานกลาง ถ้าทำให้ถูกกฎหมายก็ดี เพราะถ้ามาเบอร์ลินอีกก็อยากแวะมากินอีก"
อนาคตของไทยพาร์คจะเป็นอย่างไรขึ้นกับการเจรจาเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างทางการและกลุ่มผู้ค้า
"ปีหน้าคุณมาเบอร์ลินอีกสิ แล้วเรามาดูกันว่าสถานการณ์เปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน" นายเนามันน์กล่าวเชิญผู้สื่อข่าวบีบีซีไทยพร้อมรอยยิ้มตอนกล่าวคำลา