You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
วาเลนไทน์ “วันต้องห้าม” ในหลายประเทศ
วันวาเลนไทน์ ซึ่งตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปี ถือเป็นวันแห่งความรักที่มีการเฉลิมฉลองกันทั่วโลก แต่สำหรับในบางประเทศกลับมองว่าวันนี้เป็นวันต้องห้ามที่ส่งเสริมค่านิยมทางเพศที่ไม่เหมาะสม
ปีนี้ถือเป็นปีที่ 2 แล้วที่ทางการปากีสถานห้ามประชาชนทำธุรกิจหรือการค้าขายสินค้าเกี่ยวกับวันวาเลนไทน์ รวมทั้งห้ามสื่อมวลชนนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับวันนี้ เพราะถือว่าเป็นสิ่งที่ขัดต่อหลักการของศาสนาอิสลาม ซึ่งคนส่วนใหญ่ในประเทศนับถือ
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีมัมนูน ฮุสเซน ของปากีสถาน ได้แนะให้กลุ่มนักเรียนนักศึกษางดการเฉลิมฉลองเทศกาลวาเลนไทน์ เพราะเป็นวัฒนธรรมตะวันตกที่ไม่เกี่ยวข้องและขัดแย้งกับวัฒนธรรมปากีสถานและวัฒนธรรมของชาวมุสลิม ขณะที่ทางการท้องถิ่นได้ออกคำสั่งห้ามประชาชนฉลองวันนี้ และให้ตำรวจออกตรวจตราห้ามร้านค้าจำหน่ายการ์ด และสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับวันวาเลนไทน์
นอกจากปากีสถานแล้ว อีกหลายประเทศที่คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามก็ต่อต้านวันแห่งความรักเช่นกัน โดยองค์กรศาสนาในซาอุดีอาระเบียห้ามประชาชนฉลองวันวาเลนไทน์ ทว่าเป็นที่รู้กันดีว่าร้านขายดอกไม้ที่นี่จะให้บริการส่งช่อดอกไม้ในตอนดึกเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ
ขณะที่ อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศมุสลิมใหญ่ที่สุดในโลก ก็ประท้วงการฉลองวาเลนไทน์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเช่นกัน โดยกลุ่มอนุรักษ์นิยมชี้ว่าวันวาเลนไทน์ส่งเสริมพฤติกรรมมีเพศสัมพันธ์แบบชั่วครั้งชั่วคราว และการดื่มแอลกอฮอล์ อย่างไรก็ตาม วันวาเลนไทน์ยังคงเป็นที่นิยมในอินโดนีเซีย และถูกห้ามเฉพาะที่ จังหวัดอาเจะห์ ซึ่งบังคับใช้กฎหมายอิสลาม
ส่วนในอินเดียแม้จะมีการฉลองวันวาเลนไทน์อย่างแพร่หลาย แต่พรรคการเมืองหลายพรรควิจารณ์ว่าวันนี้ส่งเสริมค่านิยมตะวันตกที่ไม่พึงปรารถนา เช่นเดียวกับในอิหร่านที่แม้วันวาเลนไทน์จะกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจากคนหนุ่มสาว แต่ที่นี่ก็มีการปราบปรามการฉลองเทศกาลวาเลนไทน์ โดยทางการชี้ว่าวันนี้ส่งเสริมวัฒนธรรมตะวันตกที่ "เสื่อมทราม"