You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ความเสมอภาคทางเน็ต (Net Neutrality) คืออะไร จะเกิดอะไรขึ้นกับโลก เมื่อสหรัฐฯ เปลี่ยนกฎ
ความเร็วของอินเทอร์เน็ตจะเปลี่ยนไปอย่างไร หลังคณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐฯ (Federal Communications Commission -- FCC) มีมติ 3 ต่อ 2 เสียงเห็นชอบให้เปลี่ยนแปลงแนวทางการควบคุม "ความเสมอภาคทางเน็ต" หรือ เน็ต นิวทรอลิตี้ (net neutrality)
คำว่า "ความเสมอภาคทางเน็ต" เริ่มใช้ครั้งแรกเมื่อ 15 ปีก่อน มีความหมายถึง แนวคิดในการใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งเป็นประเด็นถกเถียงในสหรัฐฯ มานานหลายปี การเปลี่ยนแปลงแต่ละครั้งย่อมส่งผลกระทบต่อผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก
ความเสมอภาคทางเน็ต คืออะไร?
ถ้าไม่มี ความเสมอภาคทางเน็ต ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือ ไอเอสพี (Internet Service Providers -- ISPs) จะสามารถควบคุมความเร็ว และคุณภาพของเนื้อหาที่เราบริโภคผ่านอินเทอร์เน็ตได้
ในการดูคลิปทางยูทิวบ์ เข้าเฟซบุ๊ก หรืออ่านข่าว ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตจะทำหน้าที่เชื่อมต่อผู้ใช้งานกับเนื้อหาเหล่านั้น โดยการมี เน็ต นิวทรอลิตี้ ทำให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตต้องให้บริการอินเทอร์เน็ตอย่างเท่าเทียมกัน
เมื่อเปรียบเทียบการรับส่งข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตกับการใช้ถนน ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตก็เปรียบเหมือนกับถนนเชื่อมระหว่าง "มหานครเทคโนโลยี" ที่บริษัทต่าง ๆ เช่น แอมะซอน และกูเกิล ตั้งอยู่ และ ชุมชนของผู้บริโภค โดยบริษัทเหล่านี้ต้องส่งข้อมูลไปตาม "เส้นทาง" ที่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต เป็นเจ้าของ
ปัจจุบันนี้ ไม่ว่าจะข้อมูลจากกูเกิล หรือจากบริษัทขนาดเล็กต่างก็สัญจรไปในทางเดียวกัน ด้วยความเร็วเท่ากัน ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไม่สามารถ เลือกว่าจะให้บริการเป็นพิเศษแก่ใครได้ ดังนั้น ข้อมูลของกูเกิลไม่สามารถแซงหน้าข้อมูลจากบริษัทคู่แข่งที่มีขนาดเล็กกว่าได้
ลองจินตนาการดูว่า ถ้าถนนนี้ถูกเปลี่ยนให้เป็นทางหลวงขนาดใหญ่ ที่มีช่องทางปกติ และช่องทางพิเศษ หากใครต้องการใช้ช่องทางพิเศษ ก็ต้องจ่ายเงินให้แก่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อบริษัทขนาดใหญ่ ที่มีความสามารถในการรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ขณะที่บางบริษัทอาจถูกปฏิเสธไม่ให้ร่วมใช้ถนนเลยก็ได้ ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต
การไม่มี เน็ต นิวทรอลิตี้ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตก็จะไม่ปฏิบัติต่อผู้ใช้บริการทุกรายอย่างเท่าเทียมอีกต่อไป
แล้วมีผลกระทบต่อผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วไปอย่างไร?
การไม่มี ความเสมอภาคทางเน็ต ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตอาจพบว่าบริการบางประเภทช้าลง ถ้าเว็บไซต์ที่พวกเขาชื่นชอบ ไม่ยอมจ่ายเงินให้แก่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต กรณีนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อนแล้ว
ในปี 2014 ก่อนที่จะมีการบังคับใช้ เน็ต นิวทรอลิตี้ ตามกฎหมายในสหรัฐฯ ลูกค้าอินเทอร์เน็ตของบริษัทคอมแคสต์ พบว่า ความเร็วในการสตรีมมิ่ง ของเน็ตฟลิกซ์ลดลงอย่างมาก จนกระทั่งเน็ตฟลิกซ์ยอมจ่ายเงินให้กับคอมแคสต์ ความเร็วในการสตรีมมิ่งจึงเพิ่มขึ้นอีกครั้ง
นอกจากนี้ อาจจะส่งผลให้ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้น โดยผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตอาจเรียกเก็บค่าบริการพิเศษสำหรับผู้ที่ต้องการชมวิดีโอหรือฟังเพลงในช่วงเวลาที่คนใช้บริการพร้อมกันจำนวนมาก
ถ้าบริษัทต่าง ๆ จำต้องจ่ายเงินสำหรับ "ช่องทางพิเศษ" ค่าใช้จ่ายนั้นอาจจะถูกผลักภาระให้แก่ผู้บริโภคได้ นั่นหมายความว่าผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตอาจจะต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นในการเข้าเว็บไซต์ที่ชื่นชอบ
นอกจากนี้ คุณภาพของเนื้อหาอาจจะลดต่ำลงจนสังเกตเห็นได้
ขณะที่บริษัทขนาดใหญ่สามารถจ่ายเงินเพื่อให้บริการที่ดีขึ้นได้ บริษัทที่เล็กกว่าอาจจะไม่สามารถทำเช่นนั้น การแข่งขันที่ลดลงทำให้แรงกดดันในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการลดลงตามไปด้วย และถ้าบริษัทขนาดเล็กกว่าต้องปิดกิจการ ผู้บริโภคก็จะมีทางเลือกลดลง
นอกจากนี้ ผู้ให้บริการอินเทอร์เนตสามารถเลือกที่จะชะลอการส่งข้อมูลประเภทใดก็ได้ ลองพิจารณาธุรกิจวิดีโอสตรีมมิ่ง ถ้าเน็ตฟลิกซ์ทำข้อตกลงกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตอาจจะปิดกั้นคู่แข่งของเน็ตฟลิกซ์ในการเข้าถึงลูกค้าได้
ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตหลายรายเริ่มให้บริการสตรีมมิ่งของตัวเองแล้ว เขาอาจจะเลือกให้บริการดีกว่าแก่เนื้อหาของตัวเอง และปิดกั้นคู่แข่งอย่างสิ้นเชิงก็ได้
แต่ไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจเท่านั้น ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตอาจจะเซ็นเซอร์เนื้อหาที่ทางบริษัทไม่เห็นด้วยได้
ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตบอกว่า ถ้าลดการกำกับดูแลลง และทำให้พวกเขาสามารถคิดค่าบริการเพิ่ม สำหรับการให้บริการที่เร็วขึ้น พวกเขาสามารถนำเงินนี้ไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ดีขึ้น รวมถึงการพัฒนาการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของคนในพื้นที่ห่างไกล
ถ้าบริการยอดนิยมอย่าง ยูทิวบ์ ทำให้มีการใช้เครือข่ายของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตมากขึ้น ก็สมเหตุสมผลที่พวกเขาต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้น แต่ยูทิวบ์คงบอกว่า การพัฒนาบริการอินเทอร์เนตไม่ใช่หน้าที่ของเขา ก็เหมือนกับที่ไม่ใช่หน้าที่ของบีเอ็มดับเบิ้ลยูในการพัฒนาถนนให้ดีขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น หลายคนแย้งว่า เงินที่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตได้เพิ่มขึ้น คงจะเข้ากระเป๋าของผู้ถือหุ้นมากกว่า
สิ่งที่แน่นอนอย่างหนึ่งคือ ความเสมอภาคทางเน็ต ทำให้เกิดพื้นที่ที่ส่งเสริมนวัตกรรม บริษัทขนาดเล็กสามารถเข้ามาแข่งขันได้อย่างง่ายดาย ซึ่งจูงใจให้บริษัททั้งขนาดเล็กและใหญ่ต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตัวเอง
บริษัทธุรกิจเกิดใหม่ขนาดเล็กมีโอกาสที่แข่งขันและเติบโต และถึงขั้นแซงหน้าคู่แข่งที่มีขนาดใหญ่ นั่นคือวิธีที่เฟซบุ๊กถือกำเนิดขึ้นมา จากแนวคิดของมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ในหอพักมหาวิทยาลัยของเขา จนเอาชนะมายสเปซ ผู้นำในตลาดได้
ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ยังแย้งว่า ผู้บริโภคที่ไม่พอใจกับการให้บริการสามารถเปลี่ยนไปใช้บริการจากบริษัทอื่นได้ แต่มันก็ไม่ได้ง่ายเช่นนั้น
ผู้คนจำนวนมากเข้าถึงอินเทอร์เน็ตจากผู้ให้บริการเพียงรายเดียวในพื้นที่ ถ้าไม่มี เน็ต นิวทรอลิตี้ ผู้ให้บริการอินเทอร์เนตรายเดียวที่มีอยู่ในพื้นที่นั้นก็จะสามารถควบคุมเนื้อหาที่ผู้บริโภครับผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้