คำประกาศบัลโฟร์ : ที่มาของความขัดแย้งอิสราเอล-ปาเลสไตน์
เมื่อ 100 ปีก่อน วันที่ 2 พฤศจิกายน 1917 รัฐบาลอังกฤษได้รับรองการก่อตั้งรัฐสำหรับชาวยิวในปาเลสไตน์ในเอกสารที่รู้จักกันในชื่อว่า "คำประกาศบัลโฟร์" จดหมายความยาว 67 คำฉบับนี้ถูกมองว่าเป็นรากเหง้าของความขัดแย้งที่ยากจะแก้ไขมากที่สุดในยุคสมัยใหม่
คำประกาศบัลโฟร์ ซึ่งเป็นการตั้งชื่อตาม อาร์เธอร์ บัลโฟร์ รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษในขณะนั้น เป็นจดหมายที่เปลี่ยนเส้นทางประวัติศาสตร์ในตะวันออกกลาง
จดหมายนี้ถูกเขียนขึ้นเมื่อ 100 ปีก่อน ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยมีใจความระบุว่า รัฐบาลอังกฤษสนับสนุนให้ตั้งรัฐของชาวยิวในดินแดนปาเลสไตน์
ผลของจดหมายหน้าเดียวที่มีความยาว 67 คำนี้ ทำให้ชาวอิสราเอลและปาเลสไตน์ยังคงขัดแย้งกันมาจนถึงทุกวันนี้
ในปี 1917 ปาเลสไตน์ถูกอาณาจักรออตโตมันของตุรกีปกครอง แต่ไม่นานก็ถูกอังกฤษบุกยึด จากสำมะโนประชากรออตโตมันในปี 1914 พบว่าประชากรกว่า 90% เป็นมุสลิม หรือชาวอาหรับที่นับถือคริสต์ ส่วนที่เหลือเป็นยิว
ต่อมา ไซออนิสต์ ขบวนการเคลื่อนไหวใหม่ของชาวยิวในยุโรปเริ่มประสบความสำเร็จ โดยกลุ่มนี้อ้างว่า ดินแดนปาเลสไตน์คือบ้านเกิดของชาวยิวตามคัมภีร์ไบเบิล
ธีโอดอร์ เฮิร์ตเซิล บิดาของไซออนิสต์ เรียกร้องมหาอำนาจยุโรปให้ "สร้างปราการต่อต้านเอเชียเป็นด่านหน้าของอารยธรรมต่อต้านความป่าเถื่อน"
คำประกาศบัลโฟร์เป็นจุดยืนแรกของมหาอำนาจที่สนับสนุนเจตจำนงของกลุ่มไซออนิสต์ จดหมายนี้ถูกส่งต่อให้กับลอร์ด รอธส์ไชลด์ ผู้นำสมาพันธ์ไซออนิสต์อังกฤษ และถูกมองว่าเป็นการสนับสนุนให้สร้างรัฐของชาวยิวในปาเลสไตน์
จดหมายยังระบุด้วยว่า ไม่ควรทำการใด "อันเป็นการเลือกปฏิบัติด้านสิทธิพลเมืองและศาสนาของชุมชนที่ไม่ใช่ชาวยิวที่อยู่ในปาเลสไตน์"
ชาวปาเลสไตน์ในปัจจุบันประณามจดหมายนี้ พวกเขากล่าวหาว่าจักรวรรดิอังกฤษเพิกเฉยต่อความต้องการทางการเมืองของประชากรพื้นเมือง และเห็นว่าคำประกาศนี้ ทำให้พวกเขาต้องมีสภาพไร้รัฐ และเสียดินแดนของของตัวเอง
หลังจากจดหมายนี้ถูกเขียนขึ้นไม่ถึง 30 ปี ก็เกิดเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวในยุโรป ทำให้ชาวยิวเสียชีวิตราว 6 ล้านคน
สำหรับชาวอิสราเอล เอกสารเดียวกันนี้เป็นหมุดหมายของการอยู่รอดของพวกเขาและการมีรัฐ ปัจจุบันรัฐบาลอังกฤษยังคงภูมิใจในการรำลึกถึงวันครบรอบ แต่ชาวปาเลสไตน์เรียกร้องคำขอโทษจากอังกฤษ