ในหลวง ร.9 : “พ่อหมอ” ม้ง รำลึกพระมหากรุณาธิคุณเสด็จหมู่บ้านปลูกฝิ่น

คำบรรยายวิดีโอ, ในหลวง ร. 9: “พ่อหมอ” ม้ง รำลึกพระมหากรุณาธิคุณเสด็จหมู่บ้านปลูกฝิ่น

การเสด็จพระราชดำเนินเยือนหมู่บ้านชาวม้งแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ เมื่อปี 2522 ทำให้พื้นที่ปลูกฝิ่นขนาดใหญ่ของไทยกลายเป็นแหล่งผลิตผักผลไม้สำคัญในปัจจุบัน

นายอันไซ แซ่ย่าง ในวัย 70 เศษ คือ หนึ่งในตัวแทนชาวม้งบ้านแม่สาใหม่ อ.แม่ริม จ. เชียงใหม่ ที่ร่วมผูกข้อพระกรพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนิน เพื่อให้ความช่วยเหลือ และส่งเสริมอาชีพให้กับชาวม้ง ในปีพ.ศ. 2522 ซึ่ง ณ เวลานั้น ชาวม้งที่นั่นยังคงปลูกฝิ่นเป็นอาชีพหลัก

"สมัยก่อน ที่หมู่บ้านนี้ปลูกฝิ่นกันหนาแน่นมาก มองไปทางไหนก็มีแต่ไร่ฝิ่นยาวจนสุดลูกหูลูกตาเลย จนเมื่อในหลวงเสด็จมา และตรัสกับพวกเรา ให้เลิกปลูกฝิ่น ให้หันมาปลูกพืชอย่างอื่น เช่น กะหล่ำ ลิ้นจี่ กาแฟ ตอนแรกก็ไม่ค่อยเชื่อในสิ่งที่พระองค์ตรัส แต่เมื่อลองปลูกไปได้สักสามเดือน กะหล่ำที่ได้ทดลองปลูก ก็เก็บขายได้ ได้ราคาดีกว่าฝิ่นด้วย ผ่านไปสามปี ชาวม้งที่นี่ก็เลิกปลูกฝิ่นกันทุกคน" ชายผู้ร่วมผูกข้อพระกรฯ คนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่ กล่าวกับ บีบีซีไทย

ภาพแคปหน้าจอจากวิดีโอลุงม้งผูกพระกรในหลวง ร. 9
คำบรรยายภาพ, นายอันไซ แซ่ย่าง วัย 70 ปีชาวเขาเผ่าม้ง เป็นผู้ชายที่ร่วมผูกข้อพระกรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 คนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่

นายอันไซ ผู้เป็นที่รู้จักในหมูบ้านว่า "พ่อหมออันไซ" เพราะ การเป็นหมอพื้นบ้านรักษาโรคภัย รักษาชาวบ้านในเรื่องจิตวิญญาณ เล่าอีกว่า ชาวบ้านได้นำสิ่งของเท่าที่หาได้ในหมู่บ้านไปถวาย ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และพระองค์ได้พระราชทานหัวเชื้อพันธุ์มันฝรั่งพันธุ์สปูนต้า โค หมู แกะ และไก่แก่ชาวบ้าน

"พวกเราได้ร่วมกันผูกข้อพระกรเพื่ออวยพระพรให้พระองค์ด้วย... ตอนนั้นได้ผูกข้อพระกรให้ในหลวง มือสั่นเลย ดีใจมาก ๆ" พ่อหมออันไซเล่าถึงความรู้สึกในวันนั้นเมื่อ 38 ปีที่แล้ว

"ตอนนั้นยังอายุ 30 กว่าปีเท่านั้นเอง ดีใจมากที่ได้เห็นพระองค์ รักในหลวงมาก เสียดายที่ตอนนี้พระองค์ไม่อยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ยังรักพระองค์ ตั้งแต่ที่เราได้พบพระองค์ ชีวิตของพวกเรา ก็มีแต่ดีขึ้นเจริญขึ้น และพวกเราเชื่อว่า ชีวิตเราจะมีแต่ดีขึ้นดีขึ้น"