เปิดปมปริศนาลักพาสามเจ้าชายซาอุฯ
เจ้าชาย 3 พระองค์ซึ่งเป็นกระบอกเสียงสำคัญในการวิจารณ์ราชวงศ์และรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย หายตัวไปอย่างลึกลับ ได้แก่ เจ้าชายตูร์กี บิน บันดาร์ , เจ้าชายซาอุด บิน ซายิฟ อัล นัสรุน และเจ้าชายสุลต่าน บิน ตูร์กี ซึ่งเป็นหนึ่งในพระราชนัดดาในกษัตริย์อับดุล อาซิซ อัลซาอุด ผู้ก่อตั้งซาอุดีอาระเบีย
เจ้าชายตูร์กี บิน บันดาร์ เคยเป็นผู้บัญชาการตำรวจระดับสูงของซาอุดีอาระเบีย และได้เข้าถึงข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อนสูง
เดือน มิ.ย. 2012 เขาเริ่มโพสต์วิดีโอทางยูทิวบ์ เรียกร้องให้มีการปฏิรูปซาอุดีอาระเบีย
"แทนที่จะเป็นรัฐมนตรีผู้ป้องกันอาชญากรรม คุณกลับเป็นหัวหน้าขบวนการอาชญากรรม"
ในเวลาต่อมา เจ้าชายตูร์กีถูกจับกุมในโมร็อกโกแล้วถูกส่งตัวกลับประเทศตามคำขอของรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย
ส่วนเจ้าชายซาอุด บิน ซายิฟ อัล นัสรุน ซึ่งเป็นพระอนุวงศ์ และไม่เคยมีประวัติเคลื่อนไหวด้านการเมือง แต่ในปี 2015 พระองค์ได้ทวีตข้อความโจมตีสถาบันกษัตริย์ซาอุดีอาระเบีย
"ถึงพวกที่พูดว่าฉันกำลังวิจารณ์สมาชิกครอบครัวของตัวเอง ฉันขอบอกว่ามันเป็นหน้าที่ที่ต้องพูดความจริง"
ในปี 2015 มีจดหมายที่เขียนโดยเจ้าชายผู้ไม่ประสงค์ออกนามพระองค์หนึ่ง เรียกร้องให้โค่นล้มสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน ถูกนำมาเผยแพร่ทางออนไลน์ และมีผู้อ่านนับล้าน ซึ่งถือเป็นการแสดงการต่อต้านกษัตริย์ซัลมานอย่างโจ่งแจ้ง
เจ้าชายซาอุด เป็นสมาชิกราชวงศ์พระองค์เดียวที่สนับสนุนข้อเสนอดังกล่าวอย่างเปิดเผย ซึ่งเท่ากับเป็นกบฏ และอาจเป็นการกำหนดชะตากรรมของพระองค์
อีกไม่กี่วันหลังจากนั้น การเคลื่อนไหวทางทวิตเตอร์ของพระองค์ก็ยุติลง
เจ้าชายสุลต่าน บิน ตูร์กี เป็นหนึ่งในพระราชนัดดาในกษัตริย์อับดุล อาซิซ อัลซาอุด ผู้ก่อตั้งซาอุดีอาระเบีย
พระองค์ถูกลักพาตัวถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกจากนครเจนีวา ในปี 2003 ซึ่งพระองค์ถูกกักไว้ภายในวังที่ซาอุดีอาระเบีย
อีกหลายปีถัดมา พระองค์ทรงได้รับอนุญาตให้เดินทางไปรับการรักษาโรคในสหรัฐฯ จากนั้นพระองค์ได้ติดต่อทนายความเข้าแจ้งความต่อทางการสวิตเซอร์แลนด์แทนพระองค์
ไคลด์ เบิร์กสเตรสเซอร์ ทนายความ กล่าวว่า "มันขัดแย้งกับความน่าเชื่อถือที่ว่า นี่เป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจากการลักพาตัว ตามที่เจ้าชายสุลต่าน ได้ทรงเล่า"
"ผมได้สัมภาษณ์พยานจำนวนหนึ่ง และได้เก็บหลักฐานทางการแพทย์ รวมถึงเวชระเบียนจาก โรงพยาบาล คิง ไฟซาล ที่เจ้าชายสุลต่านทรงประทับรักษาพระองค์เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 2003 ซึ่งระบุว่า พระองค์ทรงสำลักและต้องใช้ท่อช่วยหายพระทัย ระหว่างอยู่ที่นครเจนีวา ก่อนจะถูกเคลื่อนย้ายขึ้นเครื่องบินขนส่งคนไข้ ซึ่งในตอนนั้นได้จอดรออยู่แล้วที่สนามบินด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง"
เจ้าชายสุลต่าน ทรงไม่อาจติดตามคดีได้เลย และในปี 2016 ทรงถูกลักพาตัวอีกครั้ง
เดือนมกราคม 2016 พระองค์ทรงขึ้นเครื่องบินเจ็ตส่วนพระองค์ที่ทางกงสุลซาอุดีอาระเบียในกรุงปารีสจัดเตรียมให้
ข้าราชบริพาร 2 คนของพระองค์บอกกับบีบีซีถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างเที่ยวบินนั้น
เครื่องบินลำนั้นไปไม่ถึงกรุงไคโร เนื่องจากนักบินเปลี่ยนเส้นทางบินไปยัง กรุงริยาด ซึ่งมีทหารกำลังรออยู่ พวกเขาลากพระองค์ลงจากเครื่องบิน จากนั้นก็ไม่มีใครรู้ข่าวพระองค์อีกเลย

เจ้าชายคาห์เลด บิน ฟาร์ฮาน ซึ่งขณะนี้ทรงประทับอยู่ในเยอรมนี เป็นอีกหนึ่งพระองค์ที่แข็งข้อ พระองค์ตรัสว่า รัฐบาลซาอุดีอาระเบียได้กำหนดชะตากรรมของเหล่าเจ้าชายที่แข็งข้อไว้แล้ว
"สำหรับปฏิปักษ์ในต่างแดน เพราะมีเรื่องระหว่างประเทศหลายเรื่องที่หากเกิดความผิดพลาดขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ จึงเป็นธรรมดาที่กษัตริย์ทรงเป็นผู้ตัดสินพระราชหฤทัย"
ทางบีบีซี พยายามติดต่อเจ้าชายทั้ง 3 พระองค์ แต่ยังไม่สำเร็จ และไม่ทราบว่าทั้ง 3 พระองค์ทรงประทับอยู่ที่ใด
เมื่อทีมงานขอให้ทางรัฐบาลซาอุดีอาระเบียตอบข้อกล่าวหาต่าง ๆ ทางรัฐบาลก็ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็น
"เรามีอยู่ 4 คนในยุโรป ที่วิจารณ์ตระกูลของตัวเองและการปกครองของซาอุดีอาระเบีย มี 3 คนถูกลักพาตัวไปแล้ว" เจ้าชายคาห์เลดตรัส "ตอนนี้ก็เหลือฉันคนเดียว ขอบคุณพระเจ้า"