'แมงมุมยักษ์ทอด' เมนูพิสดารในกัมพูชา
อะไรเอ่ย กรอบ เค็ม หวานปะแล่ม และธรรมชาติ 100%?
คำตอบคือ แมงมุมยักษ์ทอดของกัมพูชา โดยขณะนี้ฤดูล่าแมงมุมยักษ์ หรือ ที่คนไทยหลายภาครับประทานและรู้จักกันในชื่อว่า "บึ้ง" ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วในช่วงเข้าฤดูฝนเดือนมิถุนายนของทุกปี
เมืองสะกวน จังหวัดกัมปงจามของกัมพูชา ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงพนมเปญไปทางเหนือราว 70 กิโลเมตร เป็นแหล่งค้าแมงมุมยักษ์ คนที่นั่นพากันออกไปตามล่าหาแมงมุมยักษ์ตามท้องทุ่งและในป่าเป็นรายได้เสริมจากการทำการเกษตร
ออม กุมเพียก ผู้ชื่นชอบการกินแมลง วัย 27 ปี กล่าวว่า "แมงมุมยักษ์มีรสชาติที่แตกต่างเมื่อเทียบกับแมลงอื่น ๆ อย่างเช่น จิ้งหรีด มันรสชาติดีกว่าแมลงอื่นมาก"
ช่วงหน้าแล้งแมงมุมจะอยู่ในรูลึกและวางไข่ พอหน้าฝนระหว่างเดือนมิถุนายนถึงพฤศจิกายน จึงออกมาเพราะอากาศเริ่มเย็นลง ทำให้ง่ายในการจับ
ช่วงเช้าเป็นช่วงเวลาล่าแมงมุมยักษ์ที่ดีที่สุด ชาวบ้านจะใช้ไม้ยาวและถุงผ้ากระทุ้งรอบ ๆ ใต้พุ่มไม้เพื่อหารูแมงมุม
เมื่อจับตัวแมงมุมได้ พวกเขาจะเอาเขี้ยวของมันออก เพื่อไม่ให้ถูกกัดขณะจับตัวมัน เขี้ยวแมงมุมยักษ์จะถูกนำไปขายแยกต่างหากเพื่อนำไปทำยาแผนโบราณ

ที่มาของภาพ, Reuters
คิม คอย นักล่าแมงมุมยักษ์ วัย 22 ปี เล่าว่า สามารถหาแมงมุมยักษ์ได้ 30-140 ตัวต่อวัน และไม่เคยกลับบ้านมือเปล่า เขาเรียนรู้วิธีการจับจากชาวบ้าน โดยพวกเขาจะออกไปกันเป็นกลุ่มละประมาณ 20 คนเพื่อหาแมงมุม
แมลงเป็นอาหารของคนในชนบทของกัมพูชามาช้านานแล้ว แต่ในช่วงเขมรแดงเรืองอำนาจระหว่าง 1975-1979 การปฏิรูปเกษตรกรรมที่ล้มเหลว ทำให้เกิดการขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรงและมีผู้คนล้มตายจำนวนมาก นอกเหนือไปจากการถูกทรมานและไล่ล่าสังหารโดยกลุ่มเขมรแดง
ในช่วงนั้นเอง จิ้งหรีด ดักแด้ แมงมุมยักษ์ และแมลงอีกหลายชนิด ได้กลายเป็นแหล่งโปรตีนสำคัญของผู้คนที่อดอยากหิวโหย
ปัจจุบัน ชาวบ้านนำแมงมุมที่จับได้ไปขายให้แก่แม่ค้าริมถนน ซึ่งนำมันไปปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาล ผงชูรส และผงซุป เพื่อเพิ่มรสชาติก่อนที่จะนำไปทอดในน้ำมันที่ร้อนจัด จากนั้นนำมาขายตัวละประมาณ 5-10 บาทแล้วแต่ขนาด