You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
เส้นทางสายไหมศตวรรษที่ 21 คืออะไร?
เส้นทางสายไหมศตวรรษที่ 21 ประกอบด้วย เส้นทางสายไหมทางบก คือถนนและทางรถไฟจากจีนมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก และเส้นทางสายไหมทางทะเล คือเส้นทางทางทะเลจากจีนมุ่งหน้าลงใต้แล้วเข้าสู่ทิศตะวันตก เพื่อเชื่อมโยงเส้นทางการค้าใน 3 ทวีป
นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนเริ่มประกาศแนวคิดเส้นทางสายไหมและเส้นทางสายไหมทางทะเลศตวรรษที่ 21 (One Belt One Road) ตั้งแต่ปี 2013 และได้เชิญผู้นำชาติต่าง ๆ มา ร่วมประชุมเกี่ยวกับเรื่องนี้ในกรุงปักกิ่งของจีนระหว่างวันที่ 14-15 พฤษภาคมนี้
ลอยด์แอนด์พาร์ทเนอร์ส บริษัทประกันภัยชั้นนำของโลกประเมินว่าโครงการนี้น่าจะใช้งบประมาณมากถึง 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในการลงทุนและเพิ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่าง 65 ประเทศใน 3 ทวีปคือเอเชีย แอฟริกา และยุโรป ด้านหนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียนรายงานโดยอ้าง ฟิตช์ บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ซึ่งเผยแพร่รายงานก่อนหน้านี้ในปีนี้ว่า ขณะนี้มีหลายโครงการอยู่ระหว่างการวางแผน และอยู่ระหว่างการดำเนินการรวมกันเป็นมูลค่า 9 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ในพื้นที่ที่เส้นทางสายไหมศตวรรษที่ 21 พาดผ่าน จะมีการสร้างโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น ท่าเรือ ถนน ทางรถไฟ และท่อส่งก๊าซและน้ำมัน
แมคคินซีย์ บริษัทที่ปรึกษาด้านธุรกิจบอกว่าโครงการเส้นทางสายไหมศตวรรษที่ 21 ของจีน มีศักยภาพในการบดบังแผนการฟื้นฟูประเทศต่าง ๆ หลังสงครามโลกของสหรัฐฯ ในอดีตเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นโครงการที่ครอบคลุม 65% ของประชากรโลก และหนึ่งในสามของผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ หรือ จีดีพี ของทั้งโลกรวมกัน นอกจากนี้ช่วยเคลื่อนย้ายสินค้าได้ถึงหนึ่งในสี่ของโลก
ทอม มิลเลอร์ ผู้เขียนเกี่ยวกับโครงการนี้ในหนังสือชื่อ China's Asian Dream เปิดเผยต่อเดอะการ์เดียนว่า คนจำนวนมากเชื่อว่าโครงการเส้นทางสายไหมในศตวรรษที่ 21 ของจีนเป็นอุบายทางภูมิศาสตร์การเมืองของจีนในการขยายอิทธิพลในภูมิภาค ในช่วงที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ถอยห่างออกจากเอเชีย
ปฏิกิริยาของชาติอื่น
เดอะการ์เดียน รายงานว่า นานาชาติให้การตอบรับต่อโครงการนี้แตกต่างกันไป มีทั้งชื่นชม และกังขา
มิลเลอร์ ซึ่งได้เดินทางเยือนหลายประเทศที่อยู่ในเส้นทางสายไหมศตวรรษที่ 21 เปิดเผยต่อเดอะการ์เดียนว่า รัฐบาลหลายชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียกลาง เช่น คีร์กีซสถาน และ ทาจิกิสถาน ต่างยินดีและสนับสนุน แต่บางประเทศอย่างเช่น อินเดีย นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย ตั้งข้อสงสัยว่าจีนจะใช้โครงการนี้ในการควบคุมทางยุทธศาสตร์ในมหาสมุทรอินเดียและบ่อนทำลายอธิปไตยประเทศอื่น โดยนายโมดีปฏิเสธคำเชิญร่วมประชุมในสุดสัปดาห์นี้
เดอะการ์เดียนรายงานว่า ผู้นำจากประเทศในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 แห่ง หรือ จี 7 มีเพียงนายกรัฐมนตรีเปาโล เจนติโลนี ของอิตาลีเท่านั้นที่ตอบรับเข้าร่วมประชุม ส่วนผู้นำหลายชาติที่เข้าร่วมการประชุมรวมถึงประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย นายกรัฐมนตรีนาวาซ ชารีฟ ของปากีสถาน และนางออง ซาน ซู จี มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีต่างประเทศของเมียนมา