You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
หญิงโรฮิงญาร่ำไห้เล่าประสบการณ์อันเจ็บปวด
เมื่อคืนวานนี้ตามเวลาในประเทศไทย คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนสหประชาชาติ ได้กล่าวหาเมียนมาว่า "ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ" จากการปฏิบัติต่อชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมโรงฮิงญา
นางยังฮี ลี ผู้ตรวจการพิเศษยูเอ็น อธิบายต่อที่ประชุมให้ได้ทราบถึงความโหดร้ายที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่ชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมโรฮิงญาตกเป็นเหยื่อการสังหารและข่มขืน
ขณะที่นายทิน ลินน์ ทูตเมียนมาประจำสหประชาชาติปฏิเสธว่าไม่เคยมีการก่ออาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติเกิดขึ้นในเมียนมา
ขณะที่โจนา ฟิชเชอร์ ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำเมียนมา ได้พูดคุยกับ จามาลีดา เบกัม สาวโรฮิงญาวัย 25 ปี หนึ่งในผู้ที่ถูกเจ้าหน้าที่เมียนมาข่มขืนและทำร้ายร่างกาย โดยเธอให้สัมภาษณ์นักข่าวบีบีซี หลังจากที่หลบหนีออกจากเมียนมาไปพักพิงที่ค่ายผู้ลี้ภัยในบังกลาเทศ
จามาลีดา เล่าว่าทหารเมียนมากระชากตัวเธอ ผลักลงไปที่พื้น ฉีกเสื้อผ้าและข่มขืนเธอในที่สุด จากนั้นเธอต้องไปซ่อนตัวในป่าแล้วจึงตัดสินใจหลบหนีไปยังบังกลาเทศ
ทั้งนี้ จามาลีดาเคยให้ข้อมูลแก่คณะกรรมการสอบสวนที่ตั้งโดยรัฐบาลเมียนมา แต่สิ่งที่เธอเล่ากลับถูกทางการตัดสินว่าเป็นเรื่องโกหก
เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา จามาลีดาปรากฏในสื่อโทรทัศน์ของเมียนมาในวีดิโอที่บันทึกไว้ขณะที่เธอกำลังให้ข้อมูลในเรื่องดังกล่าวแก่คณะกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริงที่นางออง ซาน ซู จีเป็นผู้แต่งตั้งหลังจากเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมามีรายงานจากองค์การสหประชาชาติซึ่งระบุว่า เจ้าหน้าที่เมียนมาได้สังหาร ทำร้ายร่างกาย และข่มขืนชาวโรฮิงญานับร้อยคน
ขณะที่จามาลีดากำลังให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่เป็นภาษาโรฮิงญาผ่านล่ามโดยบอกว่าเธอเห็นหญิงสาว 3 คนถูกทหารบังคับให้เข้าไปในพุ่มไม้ และพยายามอธิบายต่อว่าเธอเห็นเลือดตามช่วงล่างของร่างกายของผู้หญิงเหล่านั้น แต่ล่ามคนดังกล่าวพยายามหยุดไม่ให้เธออธิบายต่อและบอกให้เธอตอบแต่เพียงว่าเธอเห็นผู้หญิงดังกล่าวถูกข่มขืนใช่หรือไม่ ซึ่งเธอตอบว่า "ไม่เห็น" แล้วล่ามคนดังกล่าวจึงสรุปว่าเป็นภาษาพม่าให้คณะกรรมการสอบสวนฟังว่า "เธอไม่เห็น"
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้สอบถามจามาลีดาเช่นกันว่าเธอถูกข่มขืนหรือไม่ เธอตอบว่าทหารฉีกเสื้อผ้าเธอ ลวนลามโดย "ใช้มือเท่านั้น" ล่ามคนดังกล่าวจึงพูดเป็นภาษาพม่าว่า "เธอไม่ถูกข่มขืน" อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นสิบวัน คณะกรรมการสอบสวนได้ลงไปยังพื้นที่อีกครั้งและสัมภาษณ์จามาลีดา ในครั้งนี้เธอบอกว่าเธอถูกข่มขืน ความขัดแย้งของข้อมูลทำให้ทางการเมียนมานำไปเป็นข้อสรุปว่าข้อกล่าวหาเรื่องเจ้าหน้าที่เมียนมาข่มขืนชาวโรฮิงญาไม่เป็นความจริง และที่จามาลีดาพูดเรื่องทหารพม่าข่มขืนหญิงโรฮิงญาเป็นเรื่องโกหก
ก่อนหน้านี้ นางยังฮี ลี ผู้ตรวจการพิเศษด้านสิทธิมนุษยชนในเมียนมา ขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้กับรายการข่าวนิวส์ไนท์ของบีบีซี ซึ่งแม้เธอจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ในพื้นที่ขัดแย้งของเมียนมา แต่หลังจากการพูดคุยกับชาวโรฮิงญาที่ลี้ภัยไปยังบังกลาเทศ นางลี ระบุว่า สถานการณ์ของชาวโรงฮิงญาในเมียนมาเลวร้ายกว่าที่คาด และสิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติโดยน้ำมือของเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ว่าจะเป็นทหาร เจ้าหน้าที่หน่วยตระเวนชายแดน ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง