นายกฯอังกฤษแถลงแผนเบร็กสิตพรุ่งนี้ แย้มอาจออกจากตลาดร่วมยุโรป

นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีของสหราชอาณาจักร เตรียมแถลงรายละเอียดแผนออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ในวันที่ 17 ม.ค. โดยคาดกันว่ารัฐบาลจะเผยแนวทางถอนตัวออกจากอียูแบบ "ฮาร์ด เบร็กสิต" (Hard Brexit) หรือการถอนตัวอย่างสิ้นเชิง โดยสหราชอาณาจักรจะออกจากตลาดร่วมยุโรปและไม่ยินยอมให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงานและผู้อพยพข้ามพรมแดน ซึ่งจะทำให้กลายเป็นประเทศนอกกลุ่มอียูโดยสมบูรณ์

รายงานดังกล่าวทำให้ค่าเงินปอนด์ตกลงไปต่ำกว่า 1.20 ดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงสั้น ๆ โดยนายฟิลิป แฮมมอนด์ รัฐมนตรีคลังให้สัมภาษณ์กับสื่อเยอรมนีว่า เขายังคงคาดหวังในแง่ดีว่าจะสามารถตกลงกับอียูเรื่องการเข้าถึงตลาดร่วมยุโรปต่อไปหลังเบร็กสิตได้ แต่หากสหราชอาณาจักรถูกบีบให้ต้องออกจากอียูไปทั้งที่ไม่บรรลุข้อตกลงดังกล่าว สหราชอาณาจักรจำต้องเปลี่ยนแบบแผนทางเศรษฐกิจของประเทศใหม่ทั้งหมด เพื่อให้กลับมามีความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจเหมือนเดิม โดยจะไม่ยอมอยู่เฉยแน่

ผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจของบีบีซีรายงานว่า แบบแผนทางเศรษฐกิจใหม่ที่นายแฮมมอนด์กล่าวถึงนั้น อาจมีลักษณะคล้ายกับของประเทศสิงคโปร์ เช่นมีนโยบายลดหรือยกเว้นภาษี ผ่อนผันกฎเกณฑ์การค้าและการเงินลงให้ต่ำที่สุด ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ช่วยดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ

นายเจเรมี คอร์บิน ผู้นำฝ่ายค้านระบุว่า คำกล่าวของนายแฮมมอนด์เท่ากับข่มขู่ประชาคมยุโรปว่าสหราชอาณาจักรจะทำตัวแปลกแยกและเป็นคู่แข่งขันทางเศรษฐกิจ ส่วนนางนิโคลา สเตอร์เจียน นายกรัฐมนตรีของสก็อตแลนด์วิจารณ์ว่า นโยบายเศรษฐกิจแบบใหม่นี้จะมองข้ามสิทธิแรงงานและการรักษาสิ่งแวดล้อมไป ซึ่งทำให้เกิดคำถามว่าเมื่อสหราชอาณาจักรออกจากอียูแล้วจะกลายเป็นประเทศแบบไหนกันแน่

นอกจากการแถลงรายละเอียดของแผนการเบร็กสิตแล้ว ยังคาดว่านายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ จะกล่าวเรียกร้องให้ผู้คนในสหราชอาณาจักร ยุติการแบ่งแยกฝักฝ่ายอันเนื่องมาจากจุดยืนเรื่องเบร็กสิตที่แตกต่างกัน และหันมาร่วมกันสร้างความสำเร็จให้ประเทศมีความเป็นสากลอย่างแท้จริงหลังออกจากอียูแล้ว