You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
สุขภาพ : เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายเวลาที่ปวดหัวไมเกรน
โรคปวดหัวข้างเดียว หรือไมเกรน (Migraine) เป็นโรคปวดศีรษะเรื้อรังที่สร้างความทุกข์ทรมานและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย บีบีซีจะพาไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นในสมองของคนเราเวลาที่เกิดโรคชนิดนี้
อย่างแรก จะเกิดการหลั่งของสารเคมีในสมองส่วนกลาง ทำให้เกิดปัญหาที่ระบบประสาทที่หนังศีรษะ ซึ่งทำให้เกิดอาการเจ็บและปวดศีรษะ ต่อมาจะเกิดคลื่นไมเกรนที่เรียกว่า (cortical spreading depression -CSD) ซึ่งคล้ายกระแสไฟฟ้าที่ถูกส่งไปทั่วสมอง และทำให้เกิดอาการนำของไมเกรนที่เรียกว่า "ออรา" (aura)
อาการนำ คือ อาการที่เกิดนำก่อนการปวดหัวไมเกรน ซึ่งเป็นอาการทางระบบประสาท ที่แบ่งออกเป็นอาการทางสายตาและไม่ใช่ทางสายตา
อาการทางสายตา อาจทำให้เห็นแสงสว่างหรือดาวระยิบระยับ ตาพร่า ตาลาย หรือแม้แต่สูญเสียการมองเห็นชั่วขณะ
อาการนำทางประสาทความรู้สึก เช่น เกิดอาการคัน ชา ซ่า หรือแสบร้อนตามแขนขา หรือรู้สึกวิงเวียนศีรษะ ตามด้วยอาการคลื่นไส้ หรือทำให้อาเจียนได้
ไมเกรนต่างจากปวดหัวธรรมดาอย่างไร
ข้อมูลจากเว็บไซต์คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายเรื่องนี้ว่า การปวดศีรษะธรรมดามักจะปวดทั่วทั้งศีรษะ ส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง แต่ไมเกรน มักจะปวดตุบ ๆ เป็นระยะ และมีอาการปวดปานกลางถึงรุนแรงมาก
โดยพบในผู้หญิงบ่อยกว่าผู้ชาย และส่วนมากมักเป็นการปวดหัวข้างเดียว หรือเริ่มปวดข้างเดียวก่อนแล้วจึงปวดทั้งสองข้าง แต่ละครั้งที่ปวดมักจะย้ายข้างไปมาหรือย้ายตำแหน่งได้ แต่บางครั้งก็อาจจะปวดทั้งสองข้างขึ้นมาพร้อมกันตั้งแต่แรก
วิธีรักษา
ได้แก่ การบรรเทาอาการปวดศีรษะ ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องใช้ยาเสมอไป แต่ใช้การนวด การกดจุด การประคบเย็น การประคบร้อน หรือการนอนหลับ แต่ในรายที่ไม่ได้ผลหรืออาการปวดรุนแรงนั้นจำเป็นที่จะต้องใช้ยาแก้ปวด
ส่วนการป้องกันไม่ให้เกิด หรือลดความถี่และความรุนแรงของอาการปวดศีรษะนั้น มีอยู่ 2 วิธี คือ
- การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ และคลายเครียดอย่างเหมาะสม
- กินยาป้องกันไมเกรน โดยแพทย์จะแนะนำให้กินยาป้องกันเมื่อผู้ป่วยมีอาการปวดศีรษะบ่อย เช่น สัปดาห์ละ 1 - 2 ครั้งขึ้นไป หรือมีอาการปวดรุนแรงมากหรือนานต่อเนื่องกันหลายวัน