การเดินทางครั้งสุดท้ายของเรือดำน้ำ กาแอร์อี นังกาลา 402 ของอินโดนีเซีย

News image

เรือดำน้ำกาแอร์อี นังกาลา ขาดการติดต่อไปเมื่อเวลา 03.42 น. ตามเวลาท้องถิ่น เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2021 ขณะทำการฝึกยิงระเบิดตอร์ปิโด

หลังใช้เวลาค้นหาอยู่ 4 วัน ทางการระบุว่าเรือลำนี้ได้จมอยู่ที่ก้นทะเล ในสภาพแตกออกเป็น 3 ส่วน ลูกเรือทั้ง 53 คน เสียชีวิตทั้งหมด

กองทัพเรืออินโดนีเซียอ้างว่า "มีคลื่นใต้น้ำที่ทำให้เรือจมลงเป็นแนวดิ่ง"

พลเรือตรี อิวาน อิสนูรวันโต ผู้บัญชาการกองบังคับการกองทัพเรืออินโดนีเซีย ระบุว่า หากเรือเอียง 45 องศา และจมลง จะใช้เวลาไม่ถึง 1 นาทีก่อนที่เรือจะจมดิ่งสู่ความลึก 838 เมตร

กาแอร์อี นังกาลา 402 ผลิตโดยบริษัทโฮวาลด์สเวิร์ค ดอยช์ เวิร์ฟต์ ของเยอรมนี ในช่วงปี 1977 ถึง 1981 เป็นเรือรุ่น 209/1300 ซึ่งใช้เครื่องยนต์พลังงานไฟฟ้าและน้ำมันดีเซล เรือมีน้ำหนัก 1,395 ตัน และยาว 59.5 เมตร

เรือประกอบไปด้วย 6 ส่วนหลัก

เรือซึ่งทำความเร็วได้ 21.5 นอต ถูกนำส่งซ่อมบำรุง 3 ครั้งด้วยกัน ทั้งในเยอรมนี อินโดนีเซีย และเกาหลีใต้ ระหว่างปี 2007 ถึง 2012

ขณะเกิดเหตุ เรือดำน้ำอายุ 40 ปีลำนี้ ถูกใช้ในภารกิจฝึกฝนของหน่วยกันจานาชาร์ค (Kencana Shark Corps)

หน่วยเรือดำน้ำดังกล่าวขาดการติดต่อหลังจากเคลื่อนที่ลงไปใต้น้ำได้ราว 46 นาที มีเรืออย่างน้อย 5 ลำที่ถูกส่งออกไปหาสัญญาณโซนาร์บริเวณใกล้ที่เกิดเหตุ ในวันเดียวกัน

2 วันถัดมา พบว่ามีน้ำมันและน้ำมันดีเซลรั่วไหลในบริเวณห่างจากหาดแชลูกัน บาวัง ที่บาหลี ราว 23 ไมล์ทะเล หรือ 40 กิโลเมตร

วันที่ 23 เม.ย. เรือกู้ภัยเอ็มวี สวิฟต์ เรสคูว ของสิงคโปร์ เดินทางมาถึงและเริ่มต้นภารกิจค้นหา โดยส่งเรือดำน้ำสองลำ ดีป เสิร์ช และเรสคูว ซิกซ์ ซึ่งดำได้ลึกกว่า 800 เมตร ลงค้นหา

วันที่ 24 เม.ย. เรือกาแอร์อี รีเกล พบสิ่งของและชิ้นส่วนที่คาดว่าเป็นของเรือนังกาลาและลูกเรือ

วันที่ 25 เม.ย. เครื่องโซนาร์น้ำลึก และเครื่องวัดความเข้มข้นของสนามแม่เหล็ก ของเรือกาแอร์อี รีเกล แสดงภาพจากใต้น้ำ ขณะที่ยานพาหนะใต้น้ำที่อาศัยการควบคุมจากระยะไกลของเรือเอ็มวี สวิฟต์ เรสคูว ได้สแกนภาพและพบซากเรือดำน้ำที่ระดับความลึก 838 เมตร

ภาพสแกนใต้น้ำพบความขัดข้องที่หางเสือแนวตั้งของเรือ

หลังจากเกิดรอยแตกเพียงไม่นาน เรือแยกออกจากกันเป็น 3 ท่อน หัวเรือ ลำเรือ และท้ายเรือ

"ที่ระดับความลึก 838 เมตร คงไม่อาจรักษาเรือไว้ได้"
พลเรือเอก ยูโด มาร์โกโน ผู้บัญชาการกองทัพเรืออินโดนีเซีย

ขณะตีพิมพ์บทความนี้ กองทัพเรือยังคงสืบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้ และกำลังหารือถึงกระบวนการกอบกู้ซากเรือดำน้ำ ซึ่งจะได้รับความช่วยเหลือจากสำนักงานประสานงานกู้ภัยและช่วยเหลือเรือดำน้ำนานาชาติ


ข้อมูลและเรื่อง : อักเนีย อัซเกีย

กราฟฟิก : อาร์วิน สุปรียาดี และ เดวีส์ สุรยา

บรรณาธิการ : เจอร์โรม วีรวัน

ที่มารูป : Getty Images, ANTARA FOTO, กระทรวงกลาโหมสิงคโปร์

ที่มาข้อมูล : กระทรวงกิจการทางทะเลและประมงอินโดนีเซีย, กองทัพเรืออินโดนีเซีย และบริษัทธิสเซ่นครุปป์

ตีพิมพ์วันที่ : 12 พ.ค. 2021