ผู้ประท้วงชาวฮ่องกงวัย 20 ปี ถูกติดตามในสหราชอาณาจักรหลังมีประกาศรางวัลนำจับ

Chloe Cheung speaking to BBC News in London
คำบรรยายภาพ, โคลอี เฉิง บอกกับผู้สื่อข่าวบีบีซีที่กรุงลอนดอนว่าเธอถูกติดตามขณะที่เดินตามถนนในเมืองหลวงของสหราชอาณาจักร หลังตำรวจฮ่องกงประกาศรางวัลนำจับเธอเป็นมูลค่ากว่า 1 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (กว่า 4.3 ล้านบาท)

นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยผู้หลบหนีออกจากฮ่องกงเล่าว่าเธอถูกติดตามในสหราชอาณาจักร หลังรัฐบาลฮ่องกงประกาศออกหมายจับสากลต่อเธอ

โคลอี เฉิง วัย 20 ปี เป็น 1 ใน 6 นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยที่ตำรวจฮ่องกงประกาศรางวัลนำจับเมื่อเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา

นักเคลื่อนไหวประชาธิปไตยรายนี้เล่าว่า เธอถูกติดตามโดยกลุ่มคนแปลกหน้าและได้รับ "ข้อความข่มขู่" อยู่หลายครั้ง และเธอได้แจ้งตำรวจในสหราชอาณาจักรแล้ว เพราะกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัย

ต้องออกจากฮ่องกงเมื่ออายุเพียง 14 ปี

โคลอี เฉิง พูดออกไมโครโฟนในงานประท้วงซึ่งจัดขึ้นที่สหราชอาณาจักร โดยมีผู้ประท้วงอีก 2 รายที่ถูกเบลอหน้าเพื่อปิดบังตัวตนยืนอยู่ข้างหลังเธอ

ที่มาของภาพ, Chloe Cheung

โคลอี เฉิง ย้ายมาพำนักในสหราชอาณาจักรเมื่อปี 2020 พร้อมครอบครัวของเธอ หลังจากที่เธอได้เข้าร่วมการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยของนักเรียนมัธยมปลายในฮ่องกง ปัจจุบันเธอทำงานในสหราชอาณาจักรโดยเป็นนักรณรงค์ให้กับกลุ่มสิทธิมนุษยชนในฮ่องกง

"สิงที่ฉันทำคือการเรียกร้องอย่างสันติ เราพูดคุยกับนักการเมือง นักข่าว เพื่อสร้างความตระหนักรู้ แต่ทางการฮ่องกงมองสิ่งนี้ว่าเป็นอาชญากรรม"

Arrest warrant stating:
1. Incitement to secession
2. Collusion with a foreign country or with external elements to endanger national security
Date of birth: (redacted by the BBC)
Between August 2022 and November 2024, CHEUNG Hei-ching Chloe, through various means including publishing articles in the capacity of a core member of the "The Committee for Freedom in Hong Kong Foundation", giving speeches and publishing posts or videos on social media, advocating separating the Hong Kong Special Administration Region ("HKSAR") from the People's Republic of China ("PRC") and requested foreign countries to impose
"sanctions" or blockade, engage in other hostile activities against the PRC and the HKSAR.
Leaving Hong Kong on (redacted by the BBC) by a magistrate for her arrest.
CHEUNG was thus wanted under a warrant issued
A reward of one million Hong Kong dollars ($1,000,000-HK) is being offered by the Police to any member of the public, who can provide information on this wanted person and the related crime.

ที่มาของภาพ, Hong Kong Police

คำบรรยายภาพ, หมายจับที่ออกโดยกรมความมั่นคงแห่งชาติของตำรวจฮ่องกงเมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 2024

รางวัลนำจับ 1 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง

ในวันคริสมาสต์อีฟเมื่อเดือน ธ.ค. 2024 ตำรวจหน่วยความมั่นคงแห่งชาติของฮ่องกงออกหมายจับโดยมีมูลค่ารางวัลนำจับกว่า 1 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (กว่า 4.3 ล้านบาท) การออกหมายจับครั้งนี้นับเป็นปีที่ 2 ที่ทางการฮ่องกงเลือกออกประกาศรางวัลนำจับในคืนก่อนวันคริสต์มาส

โคลอี เฉิง ถูกกล่าวหาด้วยข้อหา "รณรงค์เรียกร้องให้แยกฮ่องกงออกจากจีน", "เรียกร้องให้นานาชาติคว่ำบาตรฮ่องกง" และมีส่วนร่วมใน "กิจกรรมที่เป็นปฏิปักษ์" ต่อฮ่องกงและประเทศจีน

"นั่นหมายความว่าคนทั่วไปสามารถรับรางวัลนำจับนี้ได้จากการลักพาตัว จับ หรือ ส่งตัวคุณให้กับทางการจีนหรือสถานทูต" เธอกล่าว

"พวกเขาจะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้นเพื่อเอาใจรัฐบาลจีน" เธอกล่าวเสริม

A crowd of protesters marching through a packed street while singing slogans and carrying various placards, in one of a few government-approved marches - organisers estimate that 800,000 people attended the march on 8 December 2019

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ฝูงชนจำนวนมากออกมาประท้วงในฮ่องกงเมื่อปี 2019 เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย

กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ

จีนประกาศการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติกับฮ่องกงเมื่อปี 2020

ทางการกล่าวว่ากฎหมายฉบับดังกล่าวมีความจำเป็นเพื่อที่จะฟื้นฟูความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคมหลังจากมีการประท้วงติดต่อกันมา 2 ปี โดยนักวิจารณ์บางส่วนกล่าวว่ากฎหมายนี้ถูกใช้เพื่อปิดปากฝ่ายค้านทางการเมือง

Chloe Cheung standing among a group of protesters holding placards in the English city of Leeds on 20 November 2024

ที่มาของภาพ, Chloe Cheung

คำบรรยายภาพ, โคลอี เฉิง ร่วมประท้วงในเมืองลีดส์ของสหราชอาณาจักรในเดือน พ.ย. ปี 2024

เฉิง ยอมรับว่าชาวฮ่องกงบางส่วนรู้สึกยินดีถึงการสิ้นสุดของความรุนแรงบนท้องถนนและในพื้นที่สาธารณะของฮ่องกงซึ่งเกิดขึ้นติดต่อกันมาหลายเดือน หลังจากมีการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ แต่เธอยืนยันว่าประชาชนชาวฮ่องกงส่วนใหญ่ยังคงคัดค้านกฎหมายนี้

รัฐบาลฮ่องกงกล่าวหาว่าเป็น 'อาชญากรรมร้ายแรง'

รัฐบาลฮ่องกงตอบโต้ถึงข้อกล่าวหาของโคลอี เฉิง ที่มีต่อรัฐบาลกับผู้สื่อข่าวบีบีซีว่า "การทำให้ความมั่นคงของชาติตกอยู่ในอันตรายถือเป็นอาชญากรรมร้ายแรง... บุคคลใดก็ตามที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อความมั่นคงของชาติไม่ควรคิดว่าการอยู่ต่างประเทศจะช่วยให้พวกเขาหลีกเลี่ยงความรับผิดทางอาญาได้"

"เราขอเน้นย้ำว่ารัฐธรรมนูญและกฎหมายพื้นฐานจะปกป้องสิทธิและเสรีภาพที่ประชาชนฮ่องกงได้รับอย่างแน่นอน" รัฐบาลฮ่องกงกล่าวเสริม