ดร.พอล แชมเบอร์ส มอบอำนาจให้ทนายยื่นฟ้อง "ตร. - ตม." กรณีเพิกถอนวีซ่า "ไม่ชอบด้วยกฎหมาย"

ที่มาของภาพ, South Asia Democratic Forum
ดร.พอล แชมเบอร์ส อดีตอาจารย์ ม.นเรศวร มอบอำนาจให้ทีมทนายความยื่นฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) กรณีเพิกถอนวีซ่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ในวันนี้ (4 ก.ย.) นายสุรชัย ตรงงาม ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน พร้อมด้วยทีมงาน เดินทางมายังศาลปกครองกลาง หลัง ดร.พอล แชมเบอร์ส นักวิชาการชาวอเมริกัน ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกองทัพ มอบอำนาจให้ทีมทนายเข้ายื่นฟ้องผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, คณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมือง และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีทำให้ได้รับความเสียหายและผลกระทบจากคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว หรือ เพิกถอนวีซ่า ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ย้อนกลับไปในช่วงเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนั้น ดร.พอล ดำรงตำแหน่งเป็นอาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ทาง พล.ท.กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 ในนามผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 (ผอ.รมน. ภาค 3) มอบอำนาจให้ พ.อ.มงคล วีระศิริ แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ โดยกล่าวหาว่า ดร.พอล เป็นผู้โพสต์ข้อความเชิญชวนเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อเกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่งในกองทัพและตำรวจไทย ในเว็บไซต์ของสถาบันเอเชียอาคเนย์ศึกษา ยูซุฟ อิสฮัค (ISEAS-Yusof Ishak Institute) ของสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 11 ต.ค. 2567
ในเวลาต่อมา สำนักงานอัยการสูงสุดมีหนังสือแจ้งคำสั่งไม่ฟ้องคดี ดร.พอล ไปเมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2568 เนื่องจากเห็นว่าหลักฐานไม่สามารถรับฟังได้ว่านักวิชาการชาวอเมริกันผู้นี้เป็นผู้เผยแพร่โพสต์และจัดทำเอกสารตามข้อกล่าวหา ทำให้คดีดังกล่าวสิ้นสุดลง
ทว่า ผ่านมาเกือบ 5 เดือน ทีมทนายความกลับพบว่า ดร.พอล ยังถูกเพิกถอนวีซ่า และเรื่องยังอยู่ระหว่างการรอผลการอุทธรณ์คำสั่งของคณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมือง จึงนำมาสู่การยื่นฟ้องศาลปกครองกลางในวันนี้

จากข้อมูลของเว็บไซต์ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนระบุว่า ในช่วงที่ ดร.พอล ถูกกล่าวหาและคุมขังในคดี ม.112 อยู่นั้น ในวันที่ 9 เม.ย. ทาง ร.ต.อ.ชยพล ธรรพรังษี รองสารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดพิษณุโลก ได้เข้าแจ้งคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรโดยอ้างว่า ดร.พอล มี "พฤติการณ์ต้องหาว่ากระทำความผิด" ตาม ม.112 ซึ่งเข้าลักษณะต้องห้ามมิให้คนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักร ตามกฎหมาย พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522
หลัง ดร.พอล ได้รับการประกันตัวในวันที่ 11 เม.ย. ทางทีมทนายความได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรต่อคณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมือง โดยยืนยันว่าพฤติการณ์ไม่เข้าข่ายตามที่ ตม. อ้าง และกระบวนการไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ ดร.พอล กลับได้รับหนังสือคำสั่ง ตม.พิษณุโลกอีกฉบับติดไว้หน้าที่พักในวันที่ 18 เม.ย. ซึ่งมีการแก้ไขคำสั่งเพิกถอนวีซ่าของนักวิชาการรายนี้
"โดยอ้างว่า 'มีข้อผิดพลาดที่ผิดหลง' ของเจ้าหน้าที่ จากเดิมที่อ้างมาตรา 12 (8) (เช่น การค้าประเวณี ยาเสพติด หรือกิจการที่ขัดต่อศีลธรรม) ไปเป็น มาตรา 12 (7) คือ 'น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคม หรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุขหรือความปลอดภัยของประชาชน หรือความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร' นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ ตม. ยังขอแก้ไขเนื้อหาเรื่องคำสั่งที่ใช้เป็นฐานอ้างอิงอำนาจในการเพิกถอนวีซ่า แก้ไขเป็นคำสั่งที่ใหม่กว่า" เว็บไซต์ของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุ
จากนั้น วันที่ 21 เม.ย. ดร.พอล ได้เข้ายื่นอุทธรณ์คำสั่งอีกครั้งที่ ตม.พิษณุโลก โดยระบุว่าการแก้ไขคำสั่งและกระบวนการแจ้งการเพิกถอนไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมในสาระสำคัญ ทำมิได้ตามกฎหมายปกครอง ทั้งตนไม่มีพฤติการณ์ต้องห้ามตามที่แจ้ง และคดีมาตรา 112 ยังเป็นเพียงข้อกล่าวหาเท่านั้น
นายสุรชัย ตรงงาม กล่าวเสริมกับบีบีซีไทยว่า ในเมื่ออัยการสูงสุดมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง แต่คณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมืองกลับดำเนินการล่าช้าและไม่ดำเนินการเพิกถอนคำสั่ง ทั้ง ๆ ที่ควรจะทราบว่าไม่มีเหตุให้เพิกถอนวีซ่าของ ดร.พอล อีกต่อไปแล้ว
"มันทำให้อาจารย์พอลเสียหาย ซึ่งการฟ้องร้องก็มีการเรียกค่าเสียหายต่อสิทธิเสรีภาพในชีวิต ร่างกาย เสรีภาพและสิทธิในชื่อเสียง รวมถึงเสรีภาพทางวิชาการ รวมถึงค่าขาดประโยชน์จากที่อาจารย์พอลถูก ม.นเรศวร ยกเลิกสัญญาจ้าง รวมฟ้องเรียกค่าเสียหายทั้งหมดประมาณ 3.6 ล้านบาท" เขากล่าว
บีบีซีไทยสอบถามทีมทนายความต่อว่า จะมีการดำเนินการฟ้องร้องเอาผิดกับผู้ที่กล่าวหาว่า ดร.พอล ละเมิด ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ด้วยหรือไม่ เนื่องจากเป็นที่แน่ชัดแล้วว่านักวิชาการชาวอเมริกันผู้นี้ไม่ได้กระทำความผิดตั้งแต่แรก และไม่ควรถูกกล่าวหาด้วยซ้ำ
นายสุรชัยบอกว่ายังมีการหารือเรื่องนี้กันอยู่ภายในทีมทนายความ และอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย
"ข้อมูลหลักฐาน เอกสารความเป็นมาต่าง ๆ ต้องเรียนว่ามันอยู่ระหว่างการรวบรวม ซึ่งยังไม่ได้มาและต้องใช้เวลา บางอันเราขอไปกับหน่วยงานบางหน่วย ก็ปรากฏว่าได้รับการปฏิเสธ ซึ่งอาจจะต้องมีกระบวนการอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารหรือไม่ต่อไป"
ทั้งนี้ นายสุรชัยกล่าวปิดท้ายว่า ดร.พอล ยังต้องการได้รับความยุติธรรม และเหตุผลที่ให้อำนาจยื่นฟ้องเรื่องเพิกถอนวีซ่าก่อน เนื่องจากมีหลักฐานพยานครบถ้วน ทีมทนายความสามารถดำเนินได้ทันที และนักวิชาการซึ่งกลับไปพำนักในสหรัฐอเมริกาแล้วในตอนนี้ ก็หวังว่าการยื่นฟ้องศาลปกครองกลางครั้งนี้จะเป็นการสร้างบรรทัดฐานให้กับการทำงานของนักวิชาการคนอื่น ๆ ว่าไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับการแสดงความคิดเห็น แม้มันอาจถูกนำไปเชื่อมโยงว่ามีความผิดตาม ม.112 ก็ตาม











