สนามบินชางงี : ทำไมคนสิงคโปร์-ต่างชาติ ถึงชอบมา ทั้งที่ไม่ได้บินไปไหน

ที่มาของภาพ, Getty Images
ทุก 2-3 สัปดาห์ ฮิสกันดาร์ ซุลคาร์นาเอ็น จะมุ่งหน้าไปยังสนามบินชางชีของสิงคโปร์ พร้อมภรรยา และลูก 2 คน
เป้าหมายของพวกเขา คือ “จิวเวล” ห้างสรรพสินค้าขนาด 1.5 ล้านตารางฟุต ที่เชื่อมอยู่กับอาคารผู้โดยสาร 1 ซึ่งได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังชาวแคนาดา โมเช ซาฟดี และทีมงาน
ลูก ๆ ของซุลคาร์นาเอ็น ชื่นชอบน้ำตกยักษ์สูง 7 ชั้นเป็นพิเศษ มันถือเป็นน้ำตกในร่มที่สูงที่สุดในโลก ไม่เพียงเท่านั้น พวกเขายังชอบการแสดงดนตรีและแสงสีในธีมดิสนีย์อีกด้วย
ครอบครัวซุลคาร์นาเอ็นเที่ยวชม จิวเวล แล้ว ก็เข้าไปที่อาคารผู้โดยสาร 3 ด้วยรถชัตเทิลบัส หรือรถไฟฟ้า เพื่อไปชมงานคาร์นิวัลที่ออกแบบสำหรับเด็ก มีทั้งเครื่องเล่นและเกมมากมาย
“ผมยังไม่เคยสัมผัสสนามบินที่ไหน ที่ออกแบบเพื่อกิจกรรมยามว่าง ค้าปลีก และรับประทานอาหารอร่อย ๆ ” ซุลคาร์นาเอ็น กล่าว พร้อมเปรียบการเดินทางมาสนามบินชางงี เหมือนไปเดินชอปปิงที่ถนนออร์ชาร์ด ซึ่งเป็นถนนสายชอปปิงที่มีชื่อเสียงระดับโลกของสิงคโปร์
สกายแทร็กซ์ บริษัทให้คำปรึกษาที่จัดอันดับและรีวิวสนามบินต่าง ๆ ทั่วโลก ระบุว่า ชางงีคือสนามบินที่ดีที่สุดในโลก
สกายแทร็กซ์ ชี้ว่า ได้ดำเนินการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า เพื่อประกอบรายงานประจำปีว่าด้วยสนามบิน โดยมีการประเมินบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกของสนามบินมากกว่า 550 แห่งทั่วโลก
สนามบินชางงี ติดอันดับสูงสุด 12 อันดับแรกของสกายแทร็กซ์เสมอ และเป็นสนามบินดีที่สุดในโลกอันดับ 1 ถึง 8 ครั้ง ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา สนามบินชางงีคว้าอันดับ 1 กลับไปครองอีกครั้ง หลังเคยตามหลังท่าอากาศยานนานาชาติฮาหมัดในกรุงโดฮาร์ของการ์ตา และสนามบินฮาเนดะของญี่ปุ่น ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
สกายแทร็กซ์ ระบุว่า สาเหตุที่สนามบินชางงีคว้าอันดับ 1 ไปอีกครั้ง เพราะ “มอบประสบการณ์สำหรับผู้โดยสารที่หาที่เปรียบไม่ได้”
ช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19 ในปี 2019 สนามบินรองรับเที่ยวบินถึง 382,000 เที่ยว ทั้งขาเข้าและขาออก มีผู้โดยสารผ่านเข้าออกกว่า 68 ล้านคน แม้เวลานี้ ทางสนามบินจะกำลังฟื้นตัวในแง่ของปริมาณผู้โดยสาร แต่ต้องยอมรับว่า สนามบินชางงีไม่ใช่ศูนย์กลางการเดินทางเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันทรงอัตลักษณ์ และเป็นที่รักของชาวสิงคโปร์จำนวนมาก

ที่มาของภาพ, Getty Images
หนึ่งในคนที่รักสนามบินชางงี คือ เรเชล ถัง ที่จะขับรถ 15 นาที ไปที่ห้างฯ จิวเวล เพื่อจับจ่ายซื้อสินค้าต่าง ๆ และ “นั่งที่ริมน้ำพุ เพื่อสัมผัสประสบการณ์พิเศษในจิวเวล” ทนายความวัย 34 ปีกล่าว
สนามบินชางงีเข้าถึงได้ง่ายด้วยรถไฟใต้ดินและรถโดยสาร และไม่แปลกเลยที่จะมีคนมาใช้เวลาทั้งวันที่สนามบินแห่งนี้ทั้งวัน คุณชมภาพยนตร์ก็ได้ ทานอาหารก็ได้ จับจ่ายซื้อสินคา หรือหาที่นั่งเงียบ ๆ เพื่อเตรียมข้อสอบ และในช่วงไม่กี่ปีมานี้ สนามบินชางงียังกลายเป็นเป้าหมายสำหรับการถ่ายภาพที่ระลึกสำหรับการแต่งงาน และงานเลี้ยงรุ่น เป็นต้น
แหล่งท่องเที่ยวอื่นในสนามบินที่น่าสนใจ ยังรวมถึงป่าฝนในร่ม เขาวงกต และเครื่องเล่นสไลด์สูง 12 เมตร
ถ้าคุณกำลังจะเดินทางออกนอกสิงคโปร์ แต่เดินทางมาถึงสนามบินแล้วมีเวลาเหลือ พื้นที่เปลี่ยนเครื่อง บิน ยังมีสปา โรงภาพยนตร์ฉายหนังฟรี และสระว่ายน้ำ ไม่นับเก้าอี้นวด และสวนผีเสื้อ ให้ได้พักผ่อนหย่อนใจ
สนามบินแห่งนี้ยังมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วย เป็นกลิ่นดอกไม้ประดิษฐ์คลุกเคล้ากับเครื่องเทศ ที่อบอวลไปทั่วสนามบิน
ภายนอกอาคารผู้โดยสาร 4 เดินออกไปก็จะเห็นไดโนเสาร์ขนาดเท่าของจริงหลายตัว เรียงรายเป็นระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร

ที่มาของภาพ, Getty Images
สำหรับประเทศที่ชื่นชอบการจัดอันดับอย่างมาก ไม่ว่าจะการจัดอันดับโรงเรียน หรือนักแสดงท้องถิ่น สนามบินชางงีถือเป็นความภาคภูมิใจ และหากมีใครวิพากษ์วิจารย์ ยกตัวอย่างกรณีนักข่าวชาวอินเดียคนหนึ่งเคยทวีตว่า “คนสิงคโปร์ภูมิใจอย่างไร้สติ” ก็จะถูกตอบโต้อย่างรุนแรง
ชูกอร์ ยูซอฟ จากบริษัทให้คำปรึกษาด้านการบิน เอ็นดอว์ อนาลีติกส์ ระบุว่า ทางการสิงคโปร์ติดตามการจัดอันดับสนามบินอย่างจริงจัง ถึงขั้น “เป็นพิธีกรรม... มันไม่ใช่แค่สิทธิการอวดอ้าง แต่ยังเสริมชื่อเสียงในฐานะเป้าหมายของสายการบินต่าง ๆ”
แม้จุดเช็คอินของสนามบิน และร้านค้าปลอดภาษีในสนามบิน จะค่อนข้างเงียบเหงาในช่วงโควิดระบาด แต่รัฐบาลสิงคโปร์เชื่อมั่นว่า สนามบินชางงีจะกลายเป็นศูนย์กลางการเดินทางอีกครั้งแน่ ๆ ซึ่งจะช่วยอัดฉีดเงินนับพันล้านดอลลาร์สิงคโปร์สู่อุตสาหกรรมการบิน
รัฐมนตรีคมนาคมสิงคโปร์กล่าวว่า อุตสาหกรรมการบินของสิงคโปร์ “มีบทบาทสำคัญ” เพื่อรับประกันจุดยืนของสิงคโปร์ในฐานะศูนย์กลางการค้าและธุรกิจระดับโลก
“ชางงีถือเป็นสนามบินที่ยอดเยี่ยมที่สุด หรือหนึ่งในสนามบินชั้นยอด สำหรับการเดินทางเข้าออกประเทศ” อเล็กซ์ ชาง นักเดินทางจากสวิตเซอร์แลนด์ ที่จะเดินทางมาสิงคโปร์เพื่อทำธุรกิจอย่างน้อย 4 ครั้งต่อปี กล่าวกับบีบีซี
แม้ชางงีจะใหญ่โตมาก แต่ ชาง มองว่า ความใหญ่โตนั้นอยู่ในกรอบความเป็นระเบียบ และเป็นสนามบินที่ใช้พื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งกว่าสนามบินแฟรงเฟิร์ตในเยอรมนี และสนามบินในกรุงอัมสเตอร์ดัม ด้วยซ้ำ
“ผมมักจะเดินทางเป็นกลุ่มใหญ่ ราว 60 คน แต่ผมไม่เคยเห็นสัมภาระหายที่สนามบินนี้เลย แต่ถ้าเป็นสนามบินขนาดใหญ่ที่อื่นในโลก มันง่ายมากที่จะพลาดการต่อเครื่องบิน แต่กลับไม่เกิดเรื่องแบบนี้ในชางงี”
หากไม่นับปัญหาเชิงเทคนิกที่ทำให้กระบวนการตรวจคนเข้าเมืองล่าช้าไปหลายชั่วโมง ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ นักเดินทางนานาชาติยังเลือกที่จะต่อเครื่องที่สนามบินชางงี เพราะโอกาสที่ตารางการเดินทางจะล่าช้า จากปัญหาเชิงเทคนิกลักษณะนี้ ถือว่าต่ำมาก
“ถ้ามองถึงเรื่องเวลา พลังงาน และการลงทุน ที่ใช้กับสนามบินใดสนามบินหนึ่ง สิงคโปร์ทำได้ดีกว่าคู่แข่งส่วนใหญ่”

ที่มาของภาพ, Getty Images
ย้อนกลับไปช่วงทศวรรษที่ 1990 ซึ่งสิ่งเดียวที่คนสิงคโปร์จะได้ชมเพื่อความบันเทิง คือการชมละครบนโทรทัศน์ ซึ่งหอบังคับการบินอันเป็นเอกลักษณ์ของสนามบินชางงี มักจะเป็นศูนย์กลางของฉากเปิดของซีรีส์ใหม่ ๆ เสมอ
ยกตัวอย่าง ฉากที่ตัวเอกซึ่งไปอยู่ในต่างแดนนานหลายปี แล้วเดินทางมาถึงสนามบินชางงี นั่งรถแท็กซี่กลับบ้าน ก่อนจะบอกกับญาติมิตรว่า เขา/เธอ ประหลาดใจแค่ไหนที่ประเทศเปลี่ยนไปเร็วขนาดนี้
สนามบินชางงี ก็คือหนึ่งในสัญลักษณ์แห่งการเปลี่ยนแปลง เพราะเปิดในปี 1981 และมีอาคารผู้โดยสารเพียงแห่งเดียว และรันเวย์เดียว มาวันนี้ มีอาคารผู้โดยสารถึง 4 แห่ง รันเวย์มากมาย และสิ่งอำนวยความสะดวกคับคั่ง และตอนนี้ ยังกำลังสร้างอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 5 อีกด้วย โดยคาดว่าจะเปิดใช้งานได้ในช่วงปี 2035
ความนิยมในสนามบินชางงีถือว่ายั่งยืนอย่างมาก โดยในปี 2019 ห้างจิวเวล มีผู้มาเยือนมากถึง 50 ล้านคน หลังเปิดทำการเพียง 6 เดือน
“ผมไม่คิดว่าจะมีสนามบินที่ไหนในโลก ที่จะพูดได้ว่า คนท้องถิ่นขอบเช้ามาท่องเที่ยว หาความสุข” เอเดรียน ถัง ทนายความและนักวิจารณ์ทางสังคม กล่าว พร้อมอธิบายว่า ทุกวันนี้ คนสิงคโปร์รู้จักสนามบินชางงีดีเท่ากับรู้จัก โคปิเตียม หรือร้านกาแฟ เลยทีเดียว
ถัง ยังเล่าถึง “พิธีกรรมระดับประเทศ” ของคนสิงคโปร์ คือ เมื่อเดินทางมาถึงสนามบินชางงีแล้ว หลังเดินทางไกลมายาวนาน นักเดินทางก็จะพูดถึงว่าสนามบินแห่งนี้ดีกว่าที่อื่น ๆ แค่ไหน ก่อนจะผ่านช่องตรวจคนเข้าเมือง และยิ้มให้กับเสียงประกาศ “ต้อนรับกลับบ้าน” ก่อนจะเดินทางไปทานข้าวมันไก่อันขึ้นชื่อของสิงคโปร์ “เพื่อตอกย้ำถึงความเหนือชั้นด้านอาคารของสิงคโปร์ ที่มากกว่าที่อื่นในโลก”
“สนามบินชางงีจึงสุดยอดมาก มันสะท้อนถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่คนสิงคโปร์ทำได้ดี คือ ประสิทธิภาพ และความเคารพในกลิ่นอายแบบสิงคโปร์”











