ผู้เชี่ยวชาญเรือดำน้ำไทย ประเมินโอกาสรอด-ยุทธศาสตร์ ค้นหาเรือดำน้ำชมไททานิค

Sura Bunchongchit

ที่มาของภาพ, Sura Bunchongchit

คำบรรยายภาพ, "ถ้ายังรอดอยู่ การลงไปช่วยก็ยากมาก ๆ" ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางใต้น้ำและเรือดำน้ำของไทย บอกกับบีบีซีไทย
    • Author, ข้อมูลเพิ่มเติมโดย ทศพล ชัยสัมฤทธิ์ผล
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทีมกู้ภัยจากสหรัฐฯ และแคนาดากำลังแข่งกับเวลา เพื่อค้นหาเรือดำน้ำเพื่อการท่องเที่ยว ที่พาผู้โดยสาร 5 คน ลงไปใต้มหาสมุทรแอตแลนติกเพื่อชมซากเรือไททานิคที่จมอยู่ใต้ก้นทะเลลึก 3,800 เมตร

ท้ายสุด ปฏิบัติการยุติด้วยความสูญเสียของผู้โดยสารทั้ง 5 คน หลังพบเศษชิ้นส่วนของเรือดำน้ำไททัน ใกล้ซากไททานิค

สำหรับอดีตราชนาวีไทยที่รับราชการมานานกว่า 20 ปี อย่าง นาวาโท สุระ บรรจงจิตร (นอกราชการ) ผู้เคยประจำการฝึกในเรือดำน้ำชั้น "ลอสแองเจลิส" ของกองทัพเรือสหรัฐฯ และเรือดำน้ำชั้น 212เอ มาแล้ว เคยประเมินว่า ปฏิบัติการค้นหาว่า "ยาก" แล้ว การเก็บกู้เรือดำน้ำขึ้นมายิ่งท้าทายยิ่งกว่า

"ต้องใช้ยานใต้น้ำแบบอาร์โอวี (ROV) ซึ่งทั่วไปลงไปได้แค่ 1,000 เมตร ซึ่งถ้าระดับเกือบ 4,000 เมตร ต้องเป็นยานเฉพาะที่พิเศษมาก ๆ มีอยู่ไม่กี่ลำในโลก" น.ท.สุระ กล่าว

ดังนั้น ปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ จึง "น่าจะเรียกได้ว่า ยากมาก ๆ ถึงยากที่สุดเลยก็ได้ ทั้งเรื่องของความห่างไกลจากชายฝั่ง และเรื่องความลึกของจุดที่เกิดเหตุ"

Sura Bunchongchit

ที่มาของภาพ, Sura Bunchongchit

คำบรรยายภาพ, น.ท.สุระ บรรจงจิตร (นอกราชการ) มีประสบการณ์ในกองทัพเรือมากว่า 20 ปี มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านใต้น้ำ คือ การปฏิบัติการเรือดำน้ำ และการปราบเรือดำน้ำ

"ถ้ายังรอดอยู่ การลงไปช่วยก็ยากมาก ๆ หรือถ้าขาดการติดต่อไปเลย ก็มีโอกาสว่า เกิดความเสียหายร้ายแรง หรือว่าตัวยานเสียหายจนกระทั่ง น้ำทะเลเข้าไปได้ เป็นไปได้หลายอย่าง" เขากล่าว

การค้นหาพุ่งเป้าไปที่จุดไหน

ลูกเรือและผู้โดยสารของเรือดำน้ำ "ไททัน" ขาดการติดต่อกับเรือหลักเหนือผิวน้ำ คือ "โพลาร์ พรินส์" หลังดำลงใต้ทะเลราว 1 ชั่วโมง 45 นาที เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (18 มิ.ย.) เพื่อชมซากเรือไททานิค

ช่วงเย็นวันจันทร์ (19 มิ.ย.) ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า เรือดำน้ำมีออกซิเจนเพียงพอสำหรับหายใจ 4 วัน (96 ชั่วโมง) และวันที่ 21 มิ.ย. ประเมินว่า เรือดำน้ำเหลืออากาศเพียง 30 ชั่วโมงเท่านั้น

จุดที่ตั้งของซากเรือไททานิค อยู่ห่างจากเมืองเซนต์จอห์น รัฐนิวฟันด์แลนด์ของแคนาดา ราว 700 กิโลเมตร ส่วนปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือเรือดำน้ำ มีศูนย์บัญชาการอยู่ที่เมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์

หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ และแคนาดา รวมถึงกองทัพเรือ และบริษัทที่ประกอบกิจการใต้ทะเลลึกเชิงพาณิชย์ เข้ามาช่วยเหลือในปฏิบัติการนี้ รวมถึงมีการใช้เครื่องบินทางทหาร เรือดำน้ำ และทุ่นคลื่นโซนาร์ด้วย

เรือที่นำเรือดำน้ำไททันไปยังจุดจมของเรือไททานิค คือ เรือโพลาร์ พรินส์ เข้าร่วมในการค้นหาด้วย เช่นเดียวกับเรือลากสายเคเบิลใต้ทะเล ชื่อ ดีปเอเนอร์จี และเรือลากจูงแอตแลนติก เมอร์ลิน ที่กำลังมุ่งหน้าไปยังจุดที่ขาดการติดต่อกับเรือดำน้ำ

BBC

อลิสแตร์ เกรก ศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมศาสตร์ทางทะเล จากมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน หรือยูซีแอล ระบุว่า หนึ่งในปัญหาใหญ่ของปฏิบัติการนี้ คือ ทีมกู้ภัยไม่ทราบเลยว่าต้องค้นหาเหนือผิวน้ำ หรือก้นทะเล ซึ่งสภาพแวดล้อมการค้นหาแต่ละแบบก็เป็นความท้าทายเช่นกัน

ด้าน น.ท.สุระ บรรจงจิตร ประเมินกับบีบีซีไทยว่า "ถ้าจะพูดถึงความเป็นไปได้ มันเป็นไปได้ทุกอย่าง" ไม่ว่าจะติดอยู่ก้นทะเล หรือขึ้นมาผิวน้ำแล้ว แต่ติดต่อไม่ได้

การค้นหาเหนือผิวน้ำ

หน่วยยามชายฝั่งสหรัฐฯ ระบุว่า เรือสำหรับการวิจัย “โพลาร์ พรินส์” ได้ดำเนินการค้นหาบริเวณเหนือผิวน้ำมาตั้งแต่ช่วงเย็นวันจันทร์

เรือโพลาร์ พรินส์ เป็นเรือที่ใช้ลำเลียงเรือดำน้ำไปยังจุดที่ซากเรือไททานิคจมอยู่ และเป็นเรือสนับสนุนการเดินทางชมซากเรือจากเหนือผิวน้ำ

ขณะที่ เครื่องบินลำเลียง ซี-130 เฮอร์คิวลิส จำนวน 3 ลำ (2 ลำจากสหรัฐฯ และ 1 ลำจากแคนาดา) ได้เข้าร่วมในการค้นหาเรือดำน้ำเหนือผิวน้ำด้วยเช่นกัน โดยพยายามค้นหาจากน่านฟ้า

จนถึงเช้าวันพุธ (21 มิ.ย.) หน่วยยามชายฝั่งสหรัฐฯ ระบุว่า ได้ดำเนินการค้นหาครอบคลุมพื้นที่ 19,650 ตารางกิโลเมตรแล้ว

แฟรงค์ โอเวน อดีตผู้อำนวยการโครงการด้านเรือดำน้ำและปฏิบัติการช่วยเหลือของออสเตรเลีย บอกกับบีบีซีว่า เรือดำน้ำอาจส่งสัญญาณถึงทีมกู้ภัยได้ หากขึ้นสู่ผิวน้ำได้สำเร็จ

“เรือดำน้ำจะมีเครื่องส่งสัญญาณวิทยุและสัญญาณจีพีเอส” เขากล่าว “แล้วยังมีสัญญาณไฟ และเครื่องสะท้อนสัญญาณเรดาร์ เพื่อช่วยให้ทีมค้นพาพบตัวพวกเขาด้วย”

แต่ถ้าเรือดำน้ำไม่สามารถส่งสัญญาณได้ด้วยเหตุผลบางประการ ศ.เกรก ระบุว่า “เรือดำน้ำมีขนาดเท่ารถตู้ และทาสีขาวไว้ ทำให้ค้นหาเจอได้จากทางอากาศ... แต่ก็ยังถือเป็นความท้าทายอยู่”

สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้ง่าย รวมถึงทัศนวิสัยที่ย่ำแย่ ยังถือเป็นความท้าทายที่ทีมค้นหาต้องเผชิญด้วยเช่นกัน

การค้นหาใต้ทะเลลึก

ทีมค้นหายังต้องกวาดลานค้นพาพื้นที่ใต้ทะเลลึก ที่อาจลึกลงไปถึงเกือบ 4 กิโลเมตร เพื่อค้นหาเรือดำน้ำที่มีขนาด 6.7 เมตร เพราะสัญญาณวิทยุและจีพีเอส ไม่สามารถใช้งานได้ใต้ทะเล

หน่วยยามชายฝั่ง ยืนยันกับสื่อว่า ได้ขยายการค้นหาไปใต้ทะเลลึกแล้ว โดยเครื่องบินพี 3 ออโรรา จากแคนาดา ได้เดินทางถึงพื้นที่ค้นหา และดำเนินการใช้คลื่นโซนาร์ รวมถึงปล่อยทุ่นโซนาร์ รอบรัศมีการค้นหาแล้ว

ทุ่นคลื่นโซนาร์ สามารถตรวจจับและพิสูจน์คุณลักษณะของวัตถุที่เคลื่อนอยู่ในทะเลได้ เป็นอุปกรณ์สำหรับใช้ทางการทหาร เพื่อค้นหาเรือดำน้ำฝ่ายศัตรู

ทุ่นคลื่นโซนาร์ จะใช้การฟังเสียงที่เกิดจากใบพัดหรือเครื่องจักร รวมถึงเสียงที่เกิดจากลูกเรือ เช่นการเคาะตัวถังเรือได้ (เรียกว่า การตรวจจับเชิงรับ) หรือไม่ก็สามารถส่งคลื่นโซนาร์เพื่อ “ปิง” (ping) หรือทำให้เกิดการสะท้อนกลับมายังตัวรับคลื่น (เรียกว่า การตรวจจับเชิงรุก) เพื่อจับสัญญาณว่า คลื่นกระทบกลับมาจากวัตถุใดได้

.

แต่ โอเวน เตือนว่า มันยากมากที่จะค้นหาเรือดำน้ำลำนี้ เพราะอยู่ใต้ทะเลและมีขนาดที่ค่อนข้างเล็ก อีกทั้งมีแนวโน้มสูงที่เรือดำน้ำจะอยู่ใจกลางเศษซากของเรือไททานิคที่กระจัดกระจายอยู่ก้นทะเล ตอนที่เรือล่มและจมลงในปี 1912

“มันเหมือนการค้นหากับระเบิด ใจกลางกับระเบิด” เขาบอกกับบีบีซี พร้อมเสริมว่า มันยากมากที่จะแยกแยะว่าอะไรคือก้อนหิน หรือไม่ใช่ก้อนหิน

ไททัน มีกลไกรับมือมาตรการฉุกเฉินอะไรบ้าง

เรือดำน้ำขนาดเล็กนี้ หรือที่บางสื่อเรียกว่า "ยานดำน้ำ" แตกต่างจากเรือดำน้ำทั่วไป

องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติ ระบุว่า เรือดำน้ำเคลื่อนตัวสู่มหาสมุทรได้ด้วยตนเองจากท่าเรือ แต่ “ยานดำน้ำ” มีพลังงานจำกัด ทำให้ต้องใช้เรือแม่เพื่อปล่อยและเก็บกู้ขึ้นมา

.

เมื่อปีที่แล้ว เดวิด โปกิว ผู้สื่อข่าวจากสถานีข่าวซีบีเอส ได้เข้าร่วมในการเดินทางของโอเชียนเกต เพื่อไปชมซากเรือไททานิค เขาได้รับแจ้งจากทางบริษัทว่า ไททันมีระบบความปลอดภัย 7 อย่าง ที่จะช่วยให้กลับขึ้นสู่ผิวทะเลได้

  • การทิ้งน้ำหนัก: สามารถปลดทิ้งท่อตะกั่ว 3 ท่อ ด้วยระบบไฮดรอลิก เพื่อทำให้ลอยตัวขึ้นได้
  • ทิ้งน้ำหนักแบบกลิ้ง: หากระบบไฮดรอลิกไม่ทำงาน ลูกเรือและผู้โดยสารในเรือดำน้ำสามารถพลิกตัวเรือได้ ด้วยการเคลื่อนตัวไปด้านใดด้านหนึ่ง เพื่อกลิ้งเรือดำน้ำไปอีกด้าน จนทำให้ท่อถ่วงน้ำหนักถูกปลดออกเอง ด้วยแรงโน้มถ่วง
  • ถุงอับเฉา: สามารถใช้มอเตอร์เพื่อปลดทิ้งถุงบรรจุกเหล็ก ที่แขวนอยู่ใต้เรือดำน้ำได้
  • สลัก: สลักที่จะละลายในน้ำทะเล หลังเวลาผ่านไป 16 ชั่วโมง ทำให้ถุงอับเฉาถูกปลดออกมาโดยอัตโนมัติ ในกรณีที่ระบบไฟฟ้าและไฮดรอลิกล้มเหลว
  • เครื่องยนต์: ส่งแรงดันทำให้เรือขึ้นสู่ผิวน้ำได้
  • ขาเรือดำน้ำ: ผู้บังคับเรือสามารถปลดปล่อยขาเรือดำน้ำเพื่อทิ้งน้ำหนัก และนำเรือลอยสู่ผิวน้ำได้
  • ถุงอากาศ: ลูกเรือสามารถเป่าอากาศใส่ถุงอากาศด้านนอก เพื่อทำให้เรือลอยตัวขึ้นมาได้
OceanGate Expeditions

ที่มาของภาพ, OceanGate Expeditions

คำบรรยายภาพ, เรือดำน้ำไททันที่สูญหาย

มาตรการฉุกเฉินเหล่านี้ สอดคล้องกับที่ น.ท.สุระ เคยรับการฝึก และมีประสบการณ์ตรงในการลงยานดำน้ำกู้ภัยขนาดเล็กในสิงคโปร์ และฝึกในเรือดำน้ำขนาดใหญ่ของกองทัพเรือสหรัฐฯ

หากเป็นเรือดำน้ำทางทหารทั่วไป มาตรการแรกหากเผชิญเหตุฉุกเฉิน คือ "ขึ้นสู่ผิวน้ำฉุกเฉิน" ซึ่งมีหลายวิธีการ อาทิ ปล่อยน้ำหนักถ่วงฉุกเฉิน อัดอากาศไล่น้ำในตัวถังออก ไปจนถึงกระสวย (pod) ฉุกเฉิน กรณืเรือดำน้ำไม่สามารถลอยตัวขึ้นมาได้

"แต่ถ้าเป็นยานขนาดเล็กแบบนี้ (เรือดำน้ำไททัน) ทางเลือกที่จะทำได้ก็น่าจะจำกัดน้อยลง" อดีตทหารเรือไทย ที่ปัจจุบัน เป็นที่ปรึกษาอิสระ และผู้เชี่ยวชาญด้านเรือดำน้ำ บอกกับบีบีซีไทย

ทีมกู้ภัยต้องทำอย่างไร หากเรืออยู่ก้นทะเล

พลตรี จอห์น เมาเกอร์ จากหน่วยยามชายฝั่งสหรัฐฯ ระบุว่า ต้องใช้ความเชี่ยวชาญพิเศษเพื่อช่วยเหลือเรือดำน้ำหากพบว่าเรืออยู่ที่ก้นทะเล โดยเขาร้องขอการสนับสนุนจากทั้งกองทัพเรือสหรัฐฯ และภาคเอกชน

ตามข้อมูลของบริษัทโอเชียนเกต เรือดำน้ำ “ไททัน” เป็นหนึ่งในเรือดำน้ำและยานดำน้ำแบบบังคับด้วยมนุษย์เพียง 5 ลำในโลก ที่สามารถดำลงไปถึงซากเรือไททานิคได้ ซึ่งอยู่ลึกลงไปถึง 3,800 เมตรใต้ผิวทะเล

ศ.อลิสแตร์ เกรก จากยูซีแอล วิเคราะห์ว่าหากไททันอยู่ที่ก้นทะเลแล้วไม่สามารถพาตัวเองขึ้นสู่ผิวทะเลด้วยตนเองได้ ตัวเลือกนั้นถือว่ามีค่อนข้างจำกัด

"ตัวเรือดำน้ำอาจยังมีสภาพดีอยู่ แต่ถ้ามันจมลึกกว่า 200 เมตร จะมีพาหนะเพียงไม่กี่ลำที่สามารถดำลงไปใต้ทะเลลึกระดับนั้นได้ และแน่นอนว่านักประดาน้ำก็ลงไปไม่ถึง รวมถึงพาหนะสำหรับการกู้ภัยทางทะเล ไม่สามารถลงไปลึกถึงจุดที่ซากเรือไททานิคจมอยู่ได้แน่ ๆ"

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ซากเรือไททานิค

ดังนั้น ความพยายามช่วยเหลือเรือดำน้ำไททัน ที่ความลึกก้นทะเลระดับนั้นจะต้องใช้พาหนะควบคุมทางไกลแบบไร้คนขับหรืออาร์โอวี

เรือวางสายเคเบิลใต้ทะเล ชื่อ ดีปเอเนอร์จี ที่เดินทางถึงบริเวณจุดค้นหา มีศักยภาพในการใช้งาน อาร์โอวีได้ ตามข้อมูลจากนักชีววิทยาทางทะเล เดวิด เมียนส์ แต่ยังไม่แน่ชัดว่าทางเรือได้ปล่อย อาร์โอวีลงไปในทะเลหรือลงไปถึงความลึกดังกล่าวหรือยัง

กองทัพเรือเองก็มีอาร์โอวีที่สามารถดำเนินงานในความลึกระดับนั้นได้ และเคยใช้เก็บกู้ซากเครื่องบินรบที่ความลึก 3,780 เมตร ในทะเลจีนใต้ เมื่อปีที่แล้วมาแล้ว

ในครั้งนั้นกองทัพได้ใช้อาร์โอวีเกี่ยวซากเครื่องบินรบเข้ากับตะขอยก เพื่อดึงซากขึ้นมาด้วยเครื่องยกที่อยู่บนเรือเก็บกู้เหนือผิวน้ำ

เดวิด เมียนส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเก็บกู้ทางทะเล ระบุว่า หากอาร์โอวีค้นพบเรือดำน้ำไททัน ก็สามารถช่วยเหลือเรือดำน้ำขึ้นมาได้เช่นกัน

คำบรรยายวิดีโอ, ภารกิจแรกของเรือดำน้ำไททัน