เรือผู้อพยพล่มในกรีซ : "คนบนเรือกรีดร้องขอให้ช่วย และโบกเสื้อของตัวเองอย่างทุกข์ระทม"

Muhammad Hamza in Athens
คำบรรยายภาพ, มูฮำหมัด ฮามซา ชายชาวปากีสถาน ซึ่งรอดชีวิตจากเหตุการณ์เรือผู้อพยพล่มนอกชายฝั่งประเทศกรีซ
    • Author, คาลิด คารามัต
    • Role, บีบีซี แผนกภาษาอูรดู
    • Reporting from, เอเธนส์, กรีซ

มูฮำหมัด ฮามซา อยู่ในอาการนิ่งและสงบเงียบ เสียงของเขาไร้อารมณ์ นั่นอาจจะเป็นเพราะว่าเขาเกิดอาการช็อก ทว่านี่ก็อาจเป็นสิ่งที่ช่วยให้ชายวัย 30 ปีรายนี้รอดชีวิตมาได้

เขาใช้เวลาตัดสินใจเพียงเสี้ยววินาที เมื่อกลุ่มผู้ลักลอบขนคนเถื่อนพาเขาขึ้นเรือประมงจับปลาที่จอดอยู่นอกชายฝั่งประเทศลิเบีย

มูฮำหมัด นั่งลงบนดาดฟ้าเรือท่ามกลางคนอื่น ๆ บนเรือที่แออัดยัดทะนานอยู่ราว 750 คน ตามข้อมูลของเจ้าหน้าที่สหประชาชาติ

"ไม่มีใครสังเกตเห็นผม" เขาบอกกับผู้สื่อข่าวบีบีซีในนครเอเธนส์ ประเทศกรีซ ภายหลังได้รับการปล่อยตัวจากสถานกักตัว ซึ่งกลุ่มผู้รอดชีวิตถูกกักตัวไว้ตอนแรก

มูฮำหมัด เป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิตบนเรือประมงลำนั้นที่ได้รับการช่วยเหลือมาทั้งหมด 104 คน โดยในจำนวนนี้มีชาวปากีสถานเพียง 12 คนที่รอดชีวิตจากโศกนาฏกรรมเรือล่มบริเวณทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เมื่อเช้ามืดวันที่ 14 มิ.ย. ที่ผ่านมา

"บนดาดฟ้าเรือ มีทั้งครอบครัวชาวอียิปต์และซีเรีย ส่วนผมนั่งอยู่ตรงส่วนกลาง" เขาเล่า

The overcrowded vessel which later sank off the coast of Greece

ที่มาของภาพ, Hellenic Coast Guard

คำบรรยายภาพ, เรือเดินทะเลที่แออัดไปด้วยผู้อพยพถูกบันทึกภาพไว้นับครั้งไม่ถ้วน ก่อนที่จะอับปางและจมลงในทะเล

มูฮำหมัดเล่าว่า ไม่มีผู้หญิงชาวปากีสถานอยู่บนเรือ แต่มีเด็กอยู่ 2 คน ที่อายุราว 10-11 ปี เขาบอกด้วยว่า บนดาดฟ้ามีชาวปากีสถานอยู่ประมาณ 100 คน ส่วนที่เหลืออยู่ด้านล่าง

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขของชาวปากีสถานที่อยู่บนเรือลากอวนลำนี้ยังเป็นข้อถกเถียง เนื่องจากทางการปากีสถานระบุว่า มีพลเมืองของตนอยู่บนเรือ 300 คน แต่จากการประเมินของมูฮำหมัด เขาบอกว่ามีมากถึง 350 คน

"เมื่อเราออกจากที่หลบซ่อนก่อนหน้านี้ในลิเบีย พวกเรารู้ว่ามีชาวปากีสถานอยู่กี่คน" เขาระบุ พร้อมบอกว่า "พวกเราไม่รู้ว่ามีชาวซีเรียและอียิปต์อยู่บนเรือจำนวนเท่าไหร่ แต่พวกเรารู้ว่ามีคนปากีสถานอยู่บนเรือด้วยกันกี่คน เรารู้กระทั่งว่ากลุ่มผู้ลักลอบขนคนเถื่อนรายไหนเป็นคนพาพวกเขามา"

ถูกทุบตีและบังคับให้นั่ง

เรื่องเล่าบนเรือของมูฮำหมัดไม่ต่างจากผู้รอดชีวิตรายอื่น เขาบอกเล่าถึงความน่าสยดสยองและการถูกทำร้ายร่างกาย ระหว่างการเดินทาง 5 วัน 6 คืนในทะเล

"คนอียิปต์และลิเบียจะทุบตีและบังคับพวกเราให้นั่งลง" เขาระบุ

"พวกเราไม่ได้รับอนุญาตให้ลุกขึ้นยืน หรือแม้กระทั่งเหยียดขา พวกเขาไม่ให้พวกเราพูดคุยกันด้วยซ้ำ"

นอกจากนี้ อาหารและน้ำยังหมดลงระหว่างการเดินทาง พวกเขาถูกบังคับให้ดื่มน้ำทะเล

"บนนั้นไม่มีห้องน้ำ พวกเราต้องฉี่ลงทะเล" มูฮำหมัดกล่าว

The Hellenic Coast Guard Port Authority building in Kalamata, Greece where survivors and bodies were brought ashore

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ผู้รอดชีวิตถูกนำตัวมากักที่สถานกักกันของหน่วยยามชายฝั่งในประเทศกรีซ

ในช่วง 2-3 วันสุดท้ายก่อนเรือล่ม มูฮำหมัดเล่าว่า เรือนั้นแล่นวนอยู่ในพื้นที่เดิมประมาณ 20-25 ตารางกิโลเมตรในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เขาเล่าด้วยว่าระหว่างนั้นมีเรือเดินทะเล 3 ลำแล่นเข้ามาใกล้พวกเขาในช่วงไม่ถึง 24 ชั่วโมงก่อนเรือจะล่ม เขาบอกว่าสองลำแรกเป็นเรือขนส่งสินค้า ที่ให้น้ำและอาหารกับผู้อพยพ

บีบีซีได้ตรวจสอบข้อมูลการเดินเรือและพบว่าเรือขนส่งสินค้า 2 ลำที่มูฮำหมัดอ้างถึง ได้เข้าไปช่วยเหลือเรือผู้อพยพจริงในวันที่ 13 มิ.ย. หรือเพียง 1 วันก่อนเรือผู้อพยพจะล่ม โดยเจ้าของเรือสองลำนี้ระบุว่า หน่วยยามชายฝั่งของกรีซขอให้พวกเขาช่วยเหลือโดยเข้าไปส่งมอบอาหารและน้ำ

กรีดร้องขอให้ช่วย

เมื่อเล่าถึงสถานการณ์ในวันสุดท้าย มูฮำหมัดเริ่มมีอาการโศกเศร้า

"คนบนเรือกรีดร้องขอให้ช่วย และโบกเสื้อของตัวเองอย่างทุกข์ระทม" ชายชาวปากีสถานเล่า

เขาไม่สามารถที่จะบรรยายภาพเรือลำสุดท้ายที่เข้ามาช่วยเหลือให้บีบีซีฟังได้ เนื่องจากเรือลำดังกล่าวเข้ามาในเวลากลางคืน

"มันเป็นช่วงกลางคืน ผมจึงไม่รู้... มันมีไฟดวงใหญ่ ๆ ที่เรือลำนั้น"

"ผมนั่งอยู่ด้านหลังเรือ แต่เรือสินค้าเข้ามาทางด้านหน้าเรือ คนบนเรือบอกว่า เรือสินค้าโยนเชือกลงมาให้" มูฮำหมัดกล่าว พร้อมเล่าเหตุการณ์ขณะเรือจมว่า เขานั่งอยู่ตรงกราบขวาของเรือและเรือก็เริ่มเอียง ก่อนจมลงตรงด้านที่เขานั่ง หลังจากนั้นเขาก็กระโดดออกจากเรือ

ด้านทางการกรีซระบุว่า เจ้าหน้าที่ยามชายฝั่งพยายามเข้าช่วยเหลือเรือลำนี้ตั้งแต่ในช่วงที่เหลือเวลามากกว่า 2 ชั่วโมงก่อนเรือล่ม เจ้าหน้าที่พยายามผูกเชือกกับตัวเรือผู้อพยพเพื่อเข้าไปช่วยเหลือ อย่างไรก็ตาม ทางการอ้างว่ากลุ่มคนบนเรือผู้อพยพพยายามปลดเชือกออกและบอกเจ้าหน้าที่ว่า พวกเขาต้องการแล่นเรือต่อไปยังอิตาลี

หน่วยยามชายฝั่งของกรีซ ปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าลากเรือขณะที่เรือกำลังจมลง

มูฮำหมัดยังเล่าว่า เครื่องยนต์ของเราหยุดไปราว ๆ ครึ่งชั่วโมงก่อนเรือล่ม คนที่อยู่ด้านล่างในเรือต่างขึ้นมาบนดาดฟ้าด้วยอาการตื่นตระหนก

Survivors of a deadly shipwreck wait to board a bus as they are transferred to Athens from the port of Kalamata, Greece on 16 June

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ผู้รอดชีวิตต่างเผชิญกับอนาคตที่ไม่แน่นอน

หลังจากนั้นมูฮำหมัดก็ตกลงไปในทะเล

"มีเรือสินค้า 4-5 ลำ ลอยลำอยู่แถว ๆ จุดที่เรือล่ม... เรือพวกนี้อยู่รอบ ๆ เรือของเราทั้ง 4 ด้านในระยะห่างเท่า ๆ กัน พวกเขาไม่ได้เข้ามาใกล้ แต่ทิ้งเรือสปีดโบ๊ทเอาไว้" มูฮำหมัดกล่าว

"ผมคว้าขวดขนาด 1.5 ลิตรเอาไว้ได้ ขณะที่กำลังว่ายน้ำไปยังทางที่เรือสปีดโบ๊ทอยู่ ผมเกาะขวดนั้นเอาไว้ตอนพยายามจะว่ายไปทางนั้น ตอนนั้นมีชาวซีเรียกับอียิปต์อยู่ข้างหน้า พวกเขาเกาะท่อเล็ก ๆ เอาไว้ ผมว่ายไปเกาะกับพวกเขา หลังจากนั้น พวกเราว่ายน้ำไปอีกประมาณ 30-40 นาที ก่อนที่เรือสปีดโบ๊ทจะช่วยพวกเราขึ้นมา"

เมื่อย้อนกลับไปยังชีวิตที่ปากีสถาน มูฮำหมัดเล่าถึงเหตุการณ์ที่ทำให้เขาอพยพออกมา เพราะต้องการชีวิตที่ดีกว่าหลังถูกเลิกจ้าง

ในการเดินทางอพยพครั้งนี้ เขาได้จ่ายเงินให้เอเยนต์ผู้ลักลอบพาตัวเขามาเป็นเงิน 8,700 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็นเงินไทยกว่า 300,000 บาท เป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางด้วยเครื่องบินจากกรุงการาจีของปากีสถานไปยังดูไบ หลังจากนั้นก็เข้าไปยังอียิปต์ ก่อนเข้าสู่เมืองเบงกาซีของลิเบีย

เขาหวังว่าจะได้สร้างชีวิตใหม่ที่นี่ หลังจากเหตุการณ์เรือล่มเขาได้ติดต่อกลับไปยังครอบครัวที่อยู่ในแคว้นปัญจาบของปากีสถาน

พวกเขา "โล่งใจ" ที่ได้รู้ว่ามูฮำหมัดยังมีชีวิตอยู่