ปมสั่งย้าย "หมอสุภัทร" ยังไม่จบ เตรียมยื่นอุทธรณ์สำนักงาน กพ. ในอีก 30 วัน

ที่มาของภาพ, FACEBOOK/นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ
ตลอดกว่าหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ปมคำสั่งจากกระทรวงสาธารณสุขลงวันที่ 25 ม.ค. ให้ นพ. สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ย้ายจากตำแหน่ง ผอ.โรงพยาบาลจะนะ ไปรับตำแหน่ง ผอ.โรงพยาบาลสะบ้าย้อย จ.สงขลา กลายเป็นประเด็นร้อนไม่เพียงในแวดวงสาธารณสุข ยังก้าวไปถึงวงการการเมืองด้วย
นอกจาก นพ. สุภัทร จะตั้งคำถามถึงที่มาของคำสั่งดังกล่าวแล้ว หลายภาคส่วนในสังคมก็ต่างตั้งข้อสงสัยว่า เป็นการใช้อำนาจจากฝ่ายการเมืองเพื่อโยกย้ายข้าราชการอย่างไม่เป็นธรรมหรือไม่
ที่ผ่านมา นพ. สุภัทร ในฐานะตำแหน่งประธานชมรมแพทย์ชนบทมีบทบาทสำคัญในการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการบริหารจัดการของกระทรวงสาธารณสุข ภายใต้การนำของหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ล่าสุดวันที่ 4 ก.พ. นพ. สุภัทร โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวแจ้งว่า ศาลากลางจังหวัดสงขลาได้ส่งหนังสือคำสั่งย้ายตรงถึงโรงพยาบาลจะนะแล้ว แต่เขาได้ลาพักผ่อนมาประกอบภารกิจของครอบครัวที่กรุงเทพในวันที่ 2-3 ก.พ. อยู่ก่อนแล้ว ดังนั้นในวันจันทร์ที่ 6 ก.พ. เขาจึงจะได้เข้าโรงพยาบาลครับ ไปทำงานและดำเนินการเรื่องคำสั่งโยกย้ายต่อไป
สาระสำคัญส่วนหนึ่งที่เขาอธิบายในข้อความดังกล่าว คือ ตามขั้นตอนทางราชการ เมื่อคำสั่งมาถึง นพ. สุภัทรต้องลงนามรับทราบคำสั่ง และมีเวลาไม่เกิน 15 วันในการดำเนินการทุกอย่างและเดินทางไปรับราชการในที่ใหม่ ในระหว่างนั้นเขาจะส่งมอบงานให้กับผู้อำนวยการคนใหม่ และจัดการงานต่าง ๆ ให้เรียบร้อย

ที่มาของภาพ, FACEBOOK/ชมรมแพทย์ชนบท
"ส่วนเมื่อรับคำสั่งแล้วย้ายแล้ว ผมก็จะส่งคำอุทธรณ์ไปยังคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) ของสำนักงาน กพ. ตามขั้นตอน ซึ่งกำหนดเวลาที่ต้องยื่นอุทธรณ์ใน 30 วันหลังรับทราบคำสั่ง แล้วก็ปรึกษาทีมกฎหมายของชมรมแพทย์ชนบทในการขอความเป็นธรรมจากศาลปกครอง ฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตตามมาตรา 157 หรืออาจจะรวมถึงฟ้องต่อ ป.ป.ช. ต่อไป" เขาระบุ
คำสั่งย้ายเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสคัดค้าน
ภายหลังจากคำสั่งย้าย ผอ. โรงพยาบาลจะนะ ได้รับการเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนในวันที่ 26 ม.ค. มีหลายภาคส่วนเช่น ประชาชน ในอำเภอจะนะ เครือข่ายภาคประชาชน เอ็นจีโอ ผู้นำศาสนา รวมถึงเครือข่ายบุคลากรทางการแพทย์ได้ออกมาแสดงออกว่าไม่เห็นด้วยกับคำสั่งย้าย โดยมองว่า เป็นการกลั่นแกล้ง นพ. สุภัทร
บุคลากรที่โรงพยาบาลจะนะ ออกมาถือแผ่นป้ายข้อความ ให้กำลังใจ นพ. สุภัทร พร้อมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ในการคัดค้านคำสั่งย้าย โดยมองว่า คำสั่งย้ายผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะที่ไม่เป็นธรรม

ที่มาของภาพ, FACEBOOK/นพ.สุภัทร ฮาสุรรณกิจ
นอกจากนี้ยังมีบุคคลสำคัญในวงการสาธารณสุขและการเมืองออกมาคัดค้านคำสั่งดังกล่าวด้วย ซึ่งเพจชมรมแพทย์ชนบทเผยแพร่ไว้ ประกอบด้วย
นพ. วรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุ้มผาง จังหวัดตาก แพทย์ชนบทดีเด่นศิริราชพยาบาลปี 2541 แพทย์ดีเด่นแพทยสภาปี 2565 ให้ความเห็นต่อกรณีกระทรวงสาธารณสุขมีคำสั่งย้าย หมอสุภัทร นอกฤดูกาล ตั้งข้อสังเกตว่า การโยกย้ายผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนในอดีตที่ผ่านมา ก็เกิดขึ้นบ้างแต่ไม่บ่อย ซึ่งคนที่สั่งย้ายจะเป็นนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ส่วนใหญ่ที่ย้ายเพราะเรื่องทุจริต ที่จริงโรงพยาบาลชุมชนเล็ก ค่อนข้างอิสระ ผู้อำนวยการส่วนใหญ่จะอยู่นาน คนอยู่นาน เพราะมีงานติดพันในพื้นที่ นอกจากนี้ยังตั้งคำถามว่า สาเหตุใดถึงมีคำสั่งย้ายดังกล่าว
นพ. ภักดี สืบนุการณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยุพราชด่านซ้าย จ.เลย ซึ่งเคยได้รับรางวัลแพทย์ชนบทดีเด่นศิริราชพยาบาลปี 2553 และรางวัลพระราชทานคนไทยตัวอย่างจากมูลนิธิธารน้ำใจปี 2537 ก็ตั้งข้อสังเกตุเกี่ยวกับเหตุผลในการประกอบการย้ายเช่นกัน
“ทุกวันนี้สิ่งที่เราเคลือบแคลงคือ ไม่มีเหตุผลมาประกอบการย้าย ตรงนี้เป็นสิ่งผมและผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนอื่นๆ ก็ไม่สบายใจ เกิดผมทำไม่ถูกใจผู้ตรวจฯ ขึ้นมา สั่งย้ายผมแล้วจะทำอย่างไร"
หมอสุภัทร อ้างพบข้อพิรุธในคำสั่ง
หากพิจารณาถึงบทบาทและการเคลื่อนไหวของ นพ. สุภัทร นับตั้งแต่อดีตเป็นต้นมาในฐานะประธานชมรมแพทย์ชนบทถือว่าเป็นฝ่ายวิพาษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลมาโดยตลอด โดยเฉพาะในยุคที่นายอนุทิน เป็นรมว. สาธารณสุข อย่างเช่น การออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยต่อนโยบายกัญชาเสรี การโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม การบริหารจัดการโรคโควิด-19 และการบริการจัดการวัคซีน รวมทั้งการไม่ลงนามงบประมาณส่งเสริมป้องกันปี 2566 หรือ การซื้อ ATK ที่มีข้อสงสัย
เมื่อวันที่ 27 ม.ค. นพ. สุภัทรได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเรื่อง ‘ความในใจของผมเมื่อโดนย้าย’ ส่วนหนึ่งได้ตั้งข้อสังเกตว่าการโยกย้ายครั้งนี้มีพิรุธ เพราะตามระบบของ สธ. ผอ.โรงพยาบาลชุมชนซึ่งอยู่ในระดับวิชาการเชี่ยวชาญไม่จำเป็นต้องถูกย้ายตามวาระ ที่สำคัญ เขาไม่ได้ทำความผิด และไม่มีความตั้งใจย้ายไปประจำที่อื่น

ที่มาของภาพ, สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา
เขาอธิบายต่อว่า เมื่อวันที 7 ธ.ค. 2565 สธ. ได้ลงนามคำสั่งโยกย้ายผู้ตรวจราชการทั่วประเทศ ผู้ตรวจสวัสดิ์ อภิวัจนีวงค์ ได้ขึ้นที่เขต 4 (สระบุรี) ส่วนเขต 12 ยังเป็น ผู้ตรวจสุเทพ เพชรมาก ท่านเดิม โดยช่วงนั้นมีข่าวว่าเขาจะถูกย้ายอีก และทราบว่าผู้ตรวจสุเทพไม่ยอมลงนาม ด้วยเห็นว่าไม่มีเหตุให้สั่งย้าย ผลก็คือ วันที่ 11 ม.ค. ที่ผ่านมา ปลัดกระทรวงมีคำสั่งย้ายผู้ตรวจสุเทพไปอยู่เขตอื่น เอาผู้ตรวจสวัสดิ์ อภิวัจนีวงค์ จากเขต 4 มาเขต 12 ทั้ง ๆ ที่เพิ่งไปเขต 4 ได้เดือน
แต่ระเบียบการให้อำนาจผู้ตรวจสั่งย้ายผู้อำนวยการเชี่ยวชาญในโรงพยาบาลชุมชนยังไม่ชัดเจน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข จึงลงนามในหนังสือหลักเกณฑ์ใหม่ลงวันที่ 23 ม.ค. ให้ผู้ตรวจมีอำนาจย้ายวิชาการเชี่ยวชาญได้
ต่อมา (2 ก.พ.) นพ. สุภัทร เดินทางไปยื่นหนังสือต่อประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ในเรื่องความไม่มีธรรมาภิบาลของกระทรวงสาธารณสุขในการโยกย้ายผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชน
อนุทิน-ปลัด สธ. โต้คำสั่งย้ายไม่เกี่ยวข้องกับทางการเมือง
แม้ว่ากระแสสังคมจะกดดันไปยังผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข แต่ภายหลังการเผยแพร่คำสั่งโยกย้ายดังกล่าวออกมา นายอนุทินให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวในประเด็นนี้ ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการเมือง โดยระบุว่าเป็นเรื่องของข้าราชการประจำ

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
ขณะที่ นพ. โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัด สธ. อธิบายให้ผู้สื่อข่าวถึงกรณีดังกล่าวไปในทำนองเดียวกันว่า คำสั่งดังกล่าวไม่เกี่ยวกับการเมือง และเป็นไปตามระเบียบบริหาราชการปกติ โดยยืนยันว่าไม่ได้มีการย้าย นพ. สุภัทรเพียงคนเดียว และเป็นการใช้อำนาจของผู้ตรวจราชการ สธ. ตามที่ระบุไว้ในขอบเขตอำนาจ
นพ. สุภัทร คือใคร
แม้ว่าปูมหลังทางการศึกษาจะมาจากสายแพทย์และสาธารณสุข โดยจบการศึกษาจากคณะแพทย์ศาสตร์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเมื่อปี 2537 แต่อีกบทบาทหนึ่งของ นพ. สุภัทร คือ นายกองค์การบริหารนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2534 และตำแหน่งเลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) ระหว่างปี 2535-2536 มีการวิพากษ์วิจารณ์ต่อต้านคณะรัฐประหารเผด็จการของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) รวมทั้งการเรียกร้องประชาธิปไตยกับนิสิตนักศึกษาและประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ที่มาของภาพ, FACEBOOK/นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ
หลังจากจบการศึกษา เขาได้ส่งไปประจำตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ในต่างจังหวัด จนในที่สุดก็กลับไปทำงานที่บ้านเกิดที่ อ.จะนะ และได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผอ. โรงพยาบาล ซึ่งเป็นสถานที่ที่เขามีบทบาททางสังคมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยการคัดค้านการสร้างนิคมอุตสาหกรรมจะนะ และต่อต้านโครงการวางท่อก๊าซไทย-มาเลเซีย
จุดพลิกผันสำคัญทางการเมืองของ นพ. สุภัทรคือ การเข้ารวมการชุมนุมของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) เมื่อปี 2557 ซึ่งจบลงด้วยการรัฐประหารโดย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน
ต่อมาในวันที่ 14 ส.ค. 2563 หรือ 6 ปีให้หลังเขาได้มาทบทวนบทบาทการออกมาสนับสนุน กปปส. ครั้งนั้นที่จบลงด้วยการรัฐประหารว่า "พวกเราโดนหลอก" และโพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อกล่าว “คำขอโทษจากหัวใจ” หลังจากเข้าร่วมชุมนุม "ธรรมศาสตร์จะไม่ทน"
หลังจากนั้น ประธานชมรมแพทย์ชนบทผู้นี้กลับมามีความพยายามที่จะกลับมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างเข้มข้นอีกครั้ง








