ทำไมแมวส้มตัวผู้จอมแสบ ชอบออกผจญภัยไม่หยุดหย่อน

ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า เว้นเสียแต่เวลานอนหลับ แมวส้มหลายตัวจะเป็นมิตรและชอบเข้าสังคมอย่างมาก

ที่มาของภาพ, Sydney Reid

คำบรรยายภาพ, ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า เว้นเสียแต่เวลานอนหลับ แมวส้มหลายตัวจะเป็นมิตรและชอบเข้าสังคมอย่างมาก
    • Author, เฮเลน เบอร์เชลล์
    • Role, บีบีซีนิวส์ เคมบริดจ์เชียร์

แมวส้มมีอะไรดีนักหนา ? ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมสัตว์จากมณฑลเอสเซกซ์ของสหราชอาณาจักรบอกว่า การที่แมวขนสีส้มจอมแสบมีบุคลิกที่มั่นใจในตนเองและออกจะเป็นมิตรยิ่งกว่าแมวสีอื่น ๆ นั้น อาจจะมาจากลักษณะนิสัยแบบชาวไวกิงของมันก็เป็นได้

หากเราพบแมวเที่ยวเตร็ดเตร่อยู่ในที่สาธารณะ เฝ้าคอยให้คนแปลกหน้าที่ผ่านไปมาลูบหัวลูบตัวด้วยความเอ็นดู มีโอกาสสูงที่แมวตัวนั้นจะเป็นแมวส้มตัวผู้ ไม่ว่าจะเป็นแมวที่ทำตัวเป็นเหมือนผู้ช่วยบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาล แมวประจำสถานีรถไฟหรือซูเปอร์มาร์เก็ต ส่วนใหญ่มักเป็นเหมียวส้มตัวแสบที่เจ้าของต้องคอยกล่าวขอโทษขอโพยเพื่อนบ้าน สำหรับวีรกรรมบุกรุกและใช้ตีนแมวย่องไปลักเล็กขโมยน้อยเป็นประจำ

โรเจอร์ แทเบอร์ นักชีววิทยาผู้เชี่ยวชาญพฤติกรรมศาสตร์ของแมว จากเมืองไบรท์ลิงซีในมณฑลเอสเซกซ์ของสหราชอาณาจักร บอกว่า “แมวยักษ์สีส้มตัวผู้ เป็นรูปแบบของแมวในละแวกบ้านที่เราคุ้นเคยกันดี” และลักษณะนิสัยของมันก็อาจมาจากการที่เคยอยู่กับชาวไวกิงมาก่อน

“ความเห็นส่วนใหญ่ของนักวิทยาศาสตร์ ลงมติว่ามีความแตกต่างทางอารมณ์ของแมวที่มาจากสายพันธุ์อยู่บ้าง เช่นแมวพม่าหรือเบอร์มีสที่ขี้เล่นมีชีวิตชีวา ส่วนแมวเปอร์เซียนั้นมักจะเรียบร้อยสงบนิ่ง แต่อย่างไรก็ตาม ไม่พบความแตกต่างทางอารมณ์ของแมวที่มาจากสีขน” แทเบอร์กล่าว

โรเจอร์ แทเบอร์ นักสื่อสารมวลชนและนักธรรมชาติวิทยาผู้เชี่ยวชาญเรื่องแมว แต่แมวส้มตัวนี้ไม่ใช่ของเขา

ที่มาของภาพ, Roger Tabor

คำบรรยายภาพ, โรเจอร์ แทเบอร์ นักสื่อสารมวลชนและนักธรรมชาติวิทยาผู้เชี่ยวชาญเรื่องแมว แต่แมวส้มตัวนี้ไม่ใช่ของเขา

“ส่วนผลการศึกษาจากประสบการณ์ที่เจ้าของแมวรับรู้ด้วยตนเองนั้นต่างออกไป พวกเขาบอกว่าแมวสามสีและแมวสีเทานั้นค่อนข้างเย็นชา ส่วนแมวส้มนั้นเป็นมิตรกับคนมากกว่า และรู้จักทำตัวน่ารักออดอ้อนมากกว่า”

แทเบอร์ยังอธิบายว่า การที่ลูกแมวตัวเมียจะเกิดมามีขนสีส้มได้นั้นยากมาก เพราะต้องได้รับสืบทอดยีนขนสีส้มถึงสองชุดมาจากพ่อและแม่ ในขณะที่ลูกแมวตัวผู้นั้นมียีนขนสีส้มเพียงชุดเดียวก็เพียงพอแล้ว

ผลการตรวจวัดยังพบว่า โดยเฉลี่ยแล้วแมวส้มตัวผู้จะตัวใหญ่และหนักกว่าแมวสีอื่น ๆ โดยทั่วไป ทั้งยังมีแนวโน้มว่าพวกมันมักจะสูงกว่าและลำตัวยาวกว่าแมวบ้านส่วนใหญ่ เว้นเสียแต่แมวยักษ์พันธุ์เมนคูนจากอเมริกาเหนือเท่านั้น

น่าสงสัยว่า ขนาดที่ใหญ่กว่าและความกล้าบ้าบิ่นเกินใครของแมวส้มนั้น คือเหตุผลซึ่งอยู่เบื้องหลังพฤติกรรมที่เป็นมิตรกับทุกคน และการชอบเข้าสังคมกับมนุษย์อย่างมากใช่หรือไม่

“เฮนรี” แมวผู้ช่วยประจำโรงพยาบาล

“เฮนรี” แขกผู้มาเยือนขาประจำของโรงพยาบาลท้องถิ่นแห่งหนึ่งในมณฑลเคมบริดจ์เชียร์

ที่มาของภาพ, Daniella Hutchinson

คำบรรยายภาพ, “เฮนรี” แขกผู้มาเยือนขาประจำของโรงพยาบาลท้องถิ่นแห่งหนึ่งในมณฑลเคมบริดจ์เชียร์

เจ้าแมวส้มตัวผู้ขนฟูตัวนี้ คือแมวตัวโปรดของบรรดาคนไข้และบุคลากรทางการแพทย์แห่งโรงพยาบาลแอดเดนบรูกในเมืองเคมบริดจ์มาช้านาน

แม้มันจะมีเจ้าของที่คอยรักและดูแลมันอย่างดีอยู่ในละแวกใกล้เคียง แต่เจ้าเฮนรีกลับเลือกที่จะออกจากบ้าน มาเที่ยวเตร็ดเตร่ตามทางเดินและโรงอาหารของโรงพยาบาลทุกวัน ซึ่งดูเหมือนว่ามันจะมีความสุขดี ตราบใดที่ผู้คนซึ่งคอยมาลูบไล้เนื้อตัวมันอยู่เสมอ ไม่รบกวนการงีบหลับของมัน

เจ้าเฮนรีนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นแมวที่มีประโยชน์กับโรงพยาบาล เพราะช่วยให้คนไข้และบุคลากรทางการแพทย์ได้รู้สึกผ่อนคลายสงบจิตใจ ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บรรดาผู้บริหารของโรงพยาบาลแห่งนี้ต่างเรียนรู้ที่จะยอมรับมัน แม้ว่ามันจะเป็นแมวส้มใจกล้าที่บังอาจบุกรุกเข้ามาในสถานที่ที่สัตว์ไม่ควรอยู่ก็ตาม

แอมเบอร์ โอกอร์แมน สาวน้อยวัย 17 ปี ตั้งใจทำภารกิจค้นหา “เฮนรี” ให้เจอ หลังเข้ารับการผ่าตัดสมองที่โรงพยาบาลแอดเดนบรูก

ที่มาของภาพ, Amber O'Gorman

คำบรรยายภาพ, แอมเบอร์ โอกอร์แมน สาวน้อยวัย 17 ปี ตั้งใจทำภารกิจค้นหา “เฮนรี” ให้เจอ หลังเข้ารับการผ่าตัดสมองที่โรงพยาบาลแอดเดนบรูก

“นาลา” นายสถานีผู้ไม่เหวี่ยงวีนใคร

นาลารู้ดีว่า ช่วงเวลาไหนที่จะเรียกร้องความสนใจจากบรรดาผู้โดยสารได้มากที่สุด

ที่มาของภาพ, Adventures of Nala

คำบรรยายภาพ, นาลารู้ดีว่า ช่วงเวลาไหนที่จะเรียกร้องความสนใจจากบรรดาผู้โดยสารได้มากที่สุด

แมวส้มอีกตัวที่ดูเหมือนจะรักการเข้าหาคนอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานที่ที่มหาชนแออัดคับคั่งกันมากที่สุด ได้แก่ “นาลา” เหมียวส้มที่คอยมานั่งทักทายผู้โดยสารรถไฟ ที่สถานีสตีเวเนจในมณฑลฮาร์ตฟอร์ดเชียร์เป็นประจำทุกวัน

แม้มันจะมีชื่อว่า “นาลา” ตามที่ลูกของเจ้าของมันตั้งให้ โดยเป็นชื่อเดียวกับสิงโตสาวนาลา แฟนของซิมบาจากภาพยนตร์การ์ตูน “เดอะ ไลออน คิง” ของดิสนีย์ แต่อันที่จริงแล้วมันเป็นตัวผู้ต่างหาก

นาลานั้นเหมือนกับเฮนรี ตรงที่มันมีความสุขอย่างยิ่งกับการใช้เวลาทั้งวันนั่งบนเครื่องแตะบัตรโดยสาร ทั้งยังดูสงบนิ่งไม่แยแสใด ๆ กับกระแสผู้คนจำนวนมหาศาล ที่เร่งรีบผ่านเข้าออกประตูสถานีไปในแต่ละวัน

“เออร์นี” สุดยอดชั้นเชิงแมวขโมย

น้องแมว “เออร์นี” ของีบหลับสักครู่

ที่มาของภาพ, Sydney Reid

คำบรรยายภาพ, น้องแมว “เออร์นี” ของีบหลับสักครู่

ทาสแมวส่วนใหญ่มักต้องยอมจำนนต่ออารมณ์ขันแบบตลกร้ายของแมวตัวเอง แต่ซิดนีย์ รีด เจ้าของแมวส้ม “เออร์นี” ที่เมืองก๊อดแมนเชสเตอร์ในมณฑลเคมบริดจ์เชียร์ ยังคงต้องต่อสู้รับมือกับพฤติกรรมแปลก ๆ ของมันอย่างไม่ลดละ เพราะเจ้าเออร์นีนั้นคือจอมป่วนตัวสร้างปัญหาอย่างแท้จริง

“เออร์นีมันคือตัววินาศโดยแท้ เรามีทั้งแมวสีขาวล้วน, ดำล้วน, ลายสลิด, และแมวชุดทักซีโด แต่มันเป็นตัวเดียวที่เที่ยวก่อปัญหาน่าปวดหัวในละแวกบ้าน แมวส้มนี่มันเป็นอะไรนักหนาก็ไม่รู้” เจ้าของเออร์นี่บ่น

รีดบอกว่าเออร์นีเริ่มอ้วนท้วน หลังบุกเข้าไปขโมยอาหารในบ้านคนอื่นกินเป็นประจำ ทำให้เธอต้องคอยไปขอโทษขอโพยเพื่อนบ้านอยู่เสมอ

“ครั้งหนึ่งมีเพื่อนบ้านมาเคาะประตู ฟ้องเราว่าเออร์นีคาบเอาไก่อบทั้งตัวที่เขาวางเอาไว้ในครัวไปแล้ว โดยมันลากออกไปทางหน้าต่างห้องครัวนั่นเอง”

“แมวรถเข็น” ประจำซูเปอร์มาร์เก็ต

น้องฟักทองหรือ “พัมพ์กิน” เคยไปเที่ยวเล่นที่ห้างเทสโกสาขาเมืองนอริชเป็นประจำ ทำให้เหล่าพนักงานต้องพยายามห้ามมันเข้ามา แต่ไม่สำเร็จ

ที่มาของภาพ, Annabel Fields

คำบรรยายภาพ, น้องฟักทองหรือ “พัมพ์กิน” เคยไปเที่ยวเล่นที่ห้างเทสโกสาขาเมืองนอริชเป็นประจำ ทำให้เหล่าพนักงานต้องพยายามห้ามมันเข้ามา แต่ไม่สำเร็จ

เมื่อต้องการผูกมิตรและหาอาหารใส่ท้อง แมวบางตัวรู้ดีว่าควรจะต้องไปที่ไหน ทำให้ปัจจุบันมีแมวที่เป็นลูกค้าขาประจำของซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งทั่วโลก

แมวส้มที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นพิเศษสำหรับพฤติกรรมแบบนี้ได้แก่ “พัมพ์กิน” แมวจอมซนสีส้มเหมือนเนื้อฟักทอง ที่ไม่แยแสต่อความพยายามของเหล่าพนักงานห้างเทสโก สาขาเมืองนอริช ที่ต้องการจะไล่มันออกไปอยู่เสมอแต่ก็ไม่สำเร็จ

นอกจากนี้ยังมีแมวส้ม “การ์ฟีลด์” ที่กลายเป็นขวัญใจลูกค้าห้างเซนส์เบอรี สาขาเมืองอีลีในมณฑลเคมบริดจ์เชียร์ จนเมื่อมันตายไปได้มีการหล่อรูปปั้นทองเหลือง และติดตั้งแผ่นป้ายคำไว้อาลัยที่มหาวิหารของเมืองด้วย

ผู้คนมักพบเห็น “การ์ฟีลด์” บนโซฟาของร้านเวอร์จินฮอลิเดย์ส ในห้างเซนส์เบอรี สาขาเมืองอีลี

ที่มาของภาพ, Dawn Sykes

คำบรรยายภาพ, ผู้คนมักพบเห็น “การ์ฟีลด์” บนโซฟาของร้านเวอร์จินฮอลิเดย์ส ในห้างเซนส์เบอรี สาขาเมืองอีลี

แมวส้มหนอนหนังสือ

ห้องสมุดยังคงจัดงานพบปะกับแมวนักอ่าน “แจสเปอร์” ให้บรรดานักศึกษาอยู่เสมอ

ที่มาของภาพ, Cambridge University/Marshall Library

คำบรรยายภาพ, ห้องสมุดยังคงจัดงานพบปะกับแมวนักอ่าน “แจสเปอร์” ให้บรรดานักศึกษาอยู่เสมอ

แมวส้มตัวผู้ที่มีเพียงสามขาชื่อ “แจสเปอร์” มีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมาในปี 2017 เมื่อเจ้าของเริ่มพามันไปทำงานด้วย ที่ห้องสมุด “มาร์แชลล์” ซึ่งรวบรวมตำราด้านเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์

มีการจัดงาน “ดื่มน้ำชากับแจสเปอร์” ขึ้นเป็นประจำหลังจากนั้น ซึ่งงานนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่นักศึกษา โดยพวกเขาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า การได้พบปะกับแจสเปอร์ช่วยบรรเทาความเครียดในช่วงสอบลงได้เป็นอย่างดี

ทุกวันนี้งานดื่มน้ำชากับแจสเปอร์ก็ยังคงมีอยู่ ทั้งยังเกิดแมวส้มหนอนหนังสือเพิ่มขึ้นอีกตัว ที่มหาวิทยาลัยอีสต์แองเกลียในเมืองนอริช โดยมีเจ้า “ซิลเวสเตอร์” ที่เที่ยวเตร็ดเตร่ไปตามอาคารและเข้าฟังการสอนในชั้นเรียนต่าง ๆ รวมทั้งมักงีบหลับที่เคาน์เตอร์ติดต่อสอบถามของห้องสมุดอยู่เป็นประจำ จนมีการตั้งกลุ่มเฟซบุ๊กของมันที่เหล่านักศึกษาและอาจารย์เข้าไปแชร์ภาพถ่ายของเจ้าซิลเวสเตอร์กันอยู่เสมอ

บุคลิกแบบชาวไวกิง

โรเจอร์ แทเบอร์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องแมวบอกว่า “การที่คนจำนวนไม่น้อยมองว่า แมวส้มเป็นมิตรกว่าและมีความมั่นใจในการอยู่ร่วมกับมนุษย์มากกว่า อาจทำให้พวกมันมีความกล้าที่จะออกผจญภัย โดยตระเวนไปตามถนนและทางเดินอยู่เสมอ”

ลักษณะนิสัยที่เป็นมิตรและกล้าหาญโดยธรรมชาติ อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้แมวส้มเป็นที่นิยมในหมู่ชาวไวกิง นักเดินทางตัวยงของยุโรปยุคโบราณ

“สมมติฐานนี้เสนอโดย เนล บี.ทอดด์ ในวารสาร Scientific American เมื่อ 50 ปีที่แล้ว โดยเขาทำแผนที่ซึ่งแสดงให้เห็นว่า พบพันธุกรรมหรือยีนของแมวส้มอยู่หนาแน่น ในภูมิภาคที่ชาวไวกิงเดินทางไปตั้งรกราก ทั้งในยุโรปและสหราชอาณาจักร”

“ทอดด์เชื่อว่าชาวไวกิงนำแมวส้มจากตุรกีเดินทางไปด้วย โดยท่องเที่ยวไปในถิ่นต่าง ๆ รอบทะเลดำ จนถึงสแกนดิเนเวียและถิ่นฐานของไวกิงในสหราชอาณาจักร โดยเมืองยอร์กที่เคยเป็นฐานที่มั่นหนึ่งของไวกิงนั้น มีประชากรแมวส้มอยู่สูงกว่าที่กรุงลอนดอนมาก”

แทเบอร์ยังบอกว่า “ชาวไวกิงอาจชอบสีขนของแมวส้มที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ แต่ผมคิดว่าท่าทีที่ดูเป็นมิตร รวมทั้งบุคลิกที่ไม่ขลาดกลัวของมัน ทำให้แมวส้มกล้าขึ้นไปเดินสำรวจบนเรือของชาวไวกิงมากกว่า อาจพูดได้ว่าแมวส้มมีบุคลิกที่คล้ายคลึงกับชาวไวกิง คือเป็นมิตรกับคนและแมวที่เข้ากันได้ แต่ดุร้ายกับแมวตัวผู้ที่เป็นศัตรูคู่แค้นกัน”