แอนติบอดีของลามา พิฆาตเชื้อโนโรไวรัสที่จ่อระบาดในหน้าหนาว

ที่มาของภาพ, Getty Images
ลามา หรือ ยามา (Llama) ไม่ได้เป็นเพียงสัตว์เลี้ยงหน้าตาน่ารักจากภูมิภาคอเมริกาใต้ ซึ่งขนของมันใช้ทอเป็นผืนผ้าแสนอบอุ่นเท่านั้น แต่ในเลือดของลามายังมีสารภูมิต้านทานหรือแอนติบอดี (antibody) ชนิดพิเศษ ที่มนุษย์สามารถใช้ผลิตวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัสได้หลายชนิดด้วย
ล่าสุดทีมนักชีววิทยาระดับโมเลกุล จากวิทยาลัยแพทยศาสตร์เบย์ลอร์ (BCM) ของสหรัฐฯ ค้นพบความสามารถของแอนติบอดีขนาดเล็กจิ๋วหรือ “นาโนบอดี” (nanobody) ของลามา ว่ามีศักยภาพสูงในการป้องกันและรักษาโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ (gastroenteritis) จากเชื้อโนโรไวรัส (Norovirus) ที่มักแพร่ระบาดในเด็กและคนชราในช่วงฤดูหนาวของทุกปี จนทั่วโลกมีผู้ป่วยจำนวนมากถึงปีละหลายร้อยล้านคน และมีผู้เสียชีวิตไปปีละกว่า 200,000 ราย
ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Communications ฉบับล่าสุด ระบุว่ามีการทดสอบใช้สารภูมิคุ้มกันนาโนบอดีชนิด M4 เพื่อทำให้เชื้อโนโรไวรัสสายพันธุ์ GII.4 ซึ่งพบในผู้ป่วยจำนวนมาก ทั้งมีการกลายพันธุ์เป็นเชื้อที่รุนแรงขึ้นบ่อยครั้ง มีอันต้องหมดฤทธิ์และถูกกำจัดออกไปจากร่างกายในที่สุด

ที่มาของภาพ, Getty Images
ทีมผู้วิจัยกล่าวอธิบายว่า การทดสอบข้างต้นทำใน “ลำไส้เทียม” ขนาดเล็ก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เพาะขึ้นในห้องปฏิบัติการจากเซลล์ของมนุษย์ โดยสารภูมิคุ้มกันนาโนบอดี M4 สามารถกำจัดเชื้อโนโรไวรัสในลำไส้เทียมนี้ได้ หลังเข้าไปจับกับช่องว่างขนาดจิ๋วในตัวของมัน ซึ่งจะเผยให้เห็นก็ต่อเมื่อไวรัสอยู่ในสถานะที่ “ยกตัวขึ้น” (raised) เพื่อเตรียมเกาะและแทรกตัวเข้าไปในเซลล์ของผู้ติดเชื้อเท่านั้น
ทีมผู้วิจัยอธิบายเพิ่มเติมโดยกล่าวเปรียบเทียบว่า โนโรไวรัสนั้น “หายใจ” โดยเปลี่ยนรูปทรงไปมาระหว่างการขดตัวพักผ่อนสงบนิ่ง (resting) กับการยกตัวขึ้นโดยเหยียดหนามให้กางออกและเผยช่องว่างขนาดจิ๋วให้เห็น ซึ่งเป็นโอกาสดีที่สารภูมิคุ้มกันจากลามาจะเข้าไปจับกับช่องว่างดังกล่าว ซึ่งจะทำให้ไวรัสหมดฤทธิ์และถูกทำลาย จนไม่สามารถก่อให้เกิดการติดเชื้อได้
แม้ก่อนหน้านี้จะเคยมีผลการศึกษาที่ค้นพบการ “หายใจ” ของโนโรไวรัสมาแล้วก็ตาม แต่นี่เป็นครั้งแรกที่นักวิทยาศาสตร์สามารถบ่งชี้ได้อย่างแน่ชัดว่า การเปลี่ยนรูปทรงไปมาระหว่างการขดตัวและการยกตัวขึ้น คือกลไกสำคัญที่ทำให้โนโรไวรัสสามารถเกาะจับกับเซลล์ร่างกายและแทรกตัวเข้าไปจนทำให้เกิดการติดเชื้อ

ที่มาของภาพ, Getty Images
การที่สารภูมิคุ้มกันนาโนบอดี M4 เข้าไปจับกับช่องว่างในตัวไวรัสขณะที่มันเหยียดกางหนามและยกตัวขึ้น ทำให้โครงสร้างของเชื้ออยู่ในสถานะที่ไม่มั่นคง ไม่สามารถเปลี่ยนรูปทรงกลับไปกลับมาได้ตามปกติ จึงไม่อาจก่อให้เกิดการติดเชื้อได้ และอนุภาคไวรัสจะถูกทำลายจนสลายตัวไปในที่สุด
อย่างไรก็ตาม การทดลองนี้ยังอยู่ในขั้นต้น และจะต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมอีกนานหลายปี ก่อนที่จะผลิตวัคซีนป้องกันโนโรไวรัสออกมาให้คนทั่วไปใช้กันได้
ส่วนคนรักสัตว์ที่เป็นห่วงสวัสดิภาพของลามา ว่าอาจถูกมนุษย์เบียดเบียนโดยนำเลือดหรืออวัยวะของมันไปผลิตวัคซีนนั้น ทีมผู้วิจัยบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง เพราะเทคโนโลยีในปัจจุบันสามารถสังเคราะห์สารที่เลียนแบบโครงสร้างนาโนบอดีของลามา ซึ่งสามารถจะนำไปผลิตวัคซีนต้านไวรัสชนิดต่าง ๆ ให้คนจำนวนมากได้











