วัดพระเขี้ยวแก้วเตือน ไทยไม่ควรขอ "พลายประตูผา" คืน ชี้ เป็น "ของขวัญ" จากราชวงศ์ไทย

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, บีบีซีภาษาสิงหล ข้อมูลเพิ่มเติมโดย ทศพล ชัยสัมฤทธิ์ผล
- Role, บีบีซีเวิลด์เซอร์วิส
การพาพลายศักดิ์สุรินทร์กลับมาไทยอย่างราบรื่น ก่อให้เกิดกระแสเรียกร้องให้รัฐบาลไทยพาช้างอีก 2 เชือก ที่ยังอยู่ในศรีลังกา คือ พลายประตูผา และพลายศรีณรงค์ กลับมาตุภูมิด้วย
รัฐบาลไทยเคยส่งช้างให้รัฐบาลศรีลังกาทั้งหมด 3 เชือกในฐานะทูตสันถวไมตรี ตามที่ศรีลังการ้องขอเพื่อนำไปเป็นช้างแห่พระเขี้ยวแก้ว โดยช้างตัวแรกคือ พลายประตูผา ถูกส่งไปเมื่อปี 2523 ก่อนที่ในปี 2544 ไทยจะส่งพลายศรีณรงค์และพลายศักดิ์สุรินทร์ ไปศรีลังกาพร้อมกัน
ช้างตัวที่สังคมออนไลน์ในไทยเป็นห่วงมากที่สุดคือ พลายประตูผา ที่มีอายุเกือบ 50 ปีแล้ว โดยเฉพาะหลังปรากฏข่าวว่า วัดพระเขี้ยวแก้ว เมืองแคนดี ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์และผู้ดูแลพลายประตูผา ได้เคลื่อนย้ายมันออกจากวัดอย่างปริศนา เมื่อต้นเดือน ก.ค. 2566 ก่อนหน้าการนำพลายศักดิ์สุรินทร์ ขึ้นเครื่องบินกลับไทยเพียงไม่นาน
ต่อมาวันที่ 6 ก.ค. 2566 บีบีซีภาษาสิงหลในศรีลังการายงานว่า นายพจน์ หาญพล เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโคลัมโบ ของศรีลังกา ได้รับเชิญจากไวยาวัจกรของวัดพระเขี้ยวแก้ว ไปชมว่า พลายประตูผา หรือที่ชาวศรีลังกาเรียกว่า “ไทยราชา” ยังปลอดภัยและมีสุขภาพดี
“พลายประตูผา หรือไทยราชามีสุขภาพแข็งแรงดี ไม่พบปัญหาใด ๆ และยืนยันว่าไทยไม่ได้มีแนวคิดในการทวงคืนช้าง” นายพจน์ ให้สัมภาษณ์

ที่มาของภาพ, SRI DALADA MALIGAWA|FACEBOOK
สำหรับ เนรัญชรา ไวเยรัตเน อดีตผู้นำฝ่ายค้าน ที่อ้างว่าเป็นผู้ดำเนินการร้องขอพลายประตูผาจากไทยมาศรีลังกา บอกกับบีบีซีภาษาสิงหลว่า คำยืนยันของเอกอัครราชทูตไทย ประจำศรีลังกา ถือเป็นข่าวดี และเป็นการสกัดความพยายามของเหล่าองค์กรไม่แสวงหากำไร (NGOs) ที่พยายามเอาเรื่องช้าง มาทำลายความสัมพันธ์ระหว่างไทยและศรีลังกา
คนศรีลังกามองเรื่องช้างไทยอย่างไร
บีบีซีภาษาสิงหล รายงานว่า กระแสบนสังคมออนไลน์ในศรีลังกาค่อนข้างสนับสนุน การส่งพลายศักดิ์สุรินทร์ หรือที่ชาวศรีลังกาเรียกว่า “มธุราชา” กลับไทยเมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2566
ชาวศรีลังกาจำนวนมากอวยพรให้พระรัตนตรัยคุ้มครองพลายศักดิ์สุรินทร์ ให้เดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย ขณะที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนไม่น้อย ไม่ต้องการให้นำช้างกลับมาศรีลังกาอีก
“อย่าส่งมันกลับมาเลย... คนไทยรักช้างมาก พวกเขาจ่ายเงินมหาศาลเพื่อพามันกลับไป ดังนั้น อย่าพามันกลับมาเลย” ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตชาวศรีลังการายหนึ่งระบุ “ถ้ากลับมา มันก็ถูกล่ามโซ่ในศรีลังกาอีก”

ที่มาของภาพ, SRI DALADA MALIGAWA|FACEBOOK
ผู้ใช้สังคมออนไลน์อีกคนกล่าวว่า “ความแตกต่างระหว่างศรีลังกาและไทย ที่นับถือพุทธศาสนานิกายเถรวาทเหมือนกัน คือ ชาวพุทธในไทยรักสัตว์ แต่ชาวพุทธในศรีลังกา ไม่เป็นเช่นนั้น”
ก่อนหน้านี้ บีบีซีไทยได้รายงานบทสัมภาษณ์พิเศษของบีบีซีภาษาสิงหล กับเจ้าอาวาสวัดคันเดวิหาร ซึ่งเป็นผู้ดูแลและเจ้าของกรรมสิทธิ์ในตัวพลายศักดิ์สุรินทร์ โดยเจ้าอาวาสระบุว่า "ยอมส่งพลายศักดิ์สุรินทร์ไปรักษา ภายใต้ข้อตกลงและคำสัญญาว่า ช้างจะถูกส่งไปไทย และ (เมื่อรักษาเสร็จ) ก็ส่งกลับศรีลังกา โดยไทยออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด"
บทสัมภาษณ์นี้ ก่อให้เกิดกระแสวิจารณ์อย่างกว้างขวางในหมู่ผู้ใช้สังคมออนไลน์ไทย ที่เรียกร้องไม่ให้รัฐบาลไทยส่งพลายศักดิ์สุรินทร์กลับศรีลังกา แม้จะรักษาเสร็จแล้ว
ต่อมา น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และที่ปรึกษาคณะทำงานยุทธศาสตร์กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มโครงการพาพลายศักดิ์สุรินทร์กลับมารักษาที่ไทย ออกมาโพสต์ว่า “ดูสภาพแล้ว ทรุดโทรมมาก น่าจะต้องรักษาตัวอยู่เมืองไทยอีกยาว อาจจะจนสิ้นอายุขัยของเขา”

ที่มาของภาพ, BBC Singhala
พลายประตูผา... ต้องกลับไทย ?
สภาพความเป็นอยู่ของพลายประตูผาที่เอกอัครราชทูตไทยได้ไปสังเกตการณ์ พบว่ามันอาศัยอยู่ในลานปูนโล่ง และลานดิน ที่กั้นด้วยเชือก ขาหน้า 2 ขามีโซ่ล่ามไว้กับต้นไม้ใหญ่ เช่นเดียวกับขาหลังอีก 1 ข้าง โดยทางวัดพระเขี้ยวแก้วให้เหตุผลว่า ต้องล่ามมันไว้ เพราะตกมัน แต่ไม่ได้ล่ามจนตึง มีระยะผ่อนได้ และยืนในท่าตามธรรมชาติได้
ดร.อโศกา ดังโกลลา หัวหน้าภาควิชาสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเปราเดนิยา ที่เข้ามาดูแลพลายประตูผา ยืนกรานว่า ช้างมีสุขภาพแข็งแรงดี

ที่มาของภาพ, SRI DALADA MALIGAWA|FACEBOOK
“ไทยต้องไม่ร้องขอสิ่งใดที่มอบเป็นของขวัญแก่วัดพระเขี้ยวแก้วคืน” เนรัญชรา ไวเยรัตเน อดีตผู้นำฝ่ายค้าน บอกกับบีบีซีภาษาสิงหล
ไวเยรัตเน ลาออกจากพรรคฝ่ายค้านศรีลังกาเมื่อปี 2558 เพื่อชิงตำแหน่งผู้นำผู้ปกครองสำนักงานหัวหน้าฝ่ายฆราวาส วัดพระเขี้ยวแก้ว มองว่า การเรียกร้องให้นำช้างที่ไทยมอบให้ศรีลังกากลับบ้านเกิด เป็นความพยายามของนักเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิสัตว์ เพื่อสะบั้นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและศรีลังกา
สำหรับเขานั้น ช้างไทยราชา อยู่ภายใต้การดูแลของเขาตลอด 19 ปีที่ผ่านมา จนมันเป็นครอบครัวไปแล้ว พร้อมระบุว่า เป็นตัวเขาเอง ที่ทูลขอช้างต่อพระมหากษัตริย์ไทยในเวลานั้น คือในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยเหตุผลว่า ราชวงศ์จักรีของไทยและประชาชนคนไทย ล้วนเคารพต่อวัดพระเขี้ยวแก้วของศรีลังกา
“พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.10) เสด็จพระราชดำเนินเยือนศรีลังกา และวัดพระเขี้ยวแก้ว เมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2536 สะท้อนถึงความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างราชวงศ์ไทยกับวัดพระเขี้ยวแก้ว” ไวเยรัตเน กล่าว
ผู้นำผู้ปกครองสำนักงานหัวหน้าฝ่ายฆราวาส วัดพระเขี้ยวแก้ว ยังเตือนด้วยว่า หากมีความพยายามนำพลายประตูผากลับไทย จะฟ้องร้องเรียกค่าชดเชยค่าบำรุงรักษาช้าง ตั้งแต่รับพลายประตูผามาดูแล จนถึงปัจจุบัน
อันตรายหากพากลับไทย
ไม่เพียงแต่เอกอัครราชทูตไทย ประจำศรีลังกา ที่ประกาศว่าจะไม่ส่งพลายประตูผากลับไทย แต่นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน เมื่อ 5 ก.ค. ว่า พลายประตูผาอายุเกือบ 50 ปีแล้ว การเคลื่อนย้ายข้ามประเทศจึงมีความเสี่ยง
วิธีการที่ดีที่สุด คือ การรับประกันว่าพลายประตูผาจะได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ด้วยการทำโครงการความร่วมมือระหว่างไทยกับศรีลังกา เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ บุคลากร เกี่ยวกับการรักษาพยาบาลช้าง ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาการดูแลช้างในระยะยาวของศรีลังกาได้
“เราพร้อมที่จะหาทางดูแลช้างทั้ง 2 เชือก รวมถึงช้างป่า ช้างเลี้ยงประจำถิ่น ผ่านการถ่ายทอดเทคนิค องค์ความรู้ และการดูแลรักษาพยาบาลช้าง ที่จะมีการทำ MOU กับทางมหาวิทยาลัยของศรีลังกา ในเดือนกันยายนนี้ครับ” นายวราวุธ โพสต์ผ่านสังคมออนไลน์
ไม่เพียงแต่ช้างไทยในศรีลังกาเท่านั้น นายประเสริฐ สอนสถาพรกุล ผอ.กองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญา กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้สัมภาษณ์กับไทยพีบีเอสออนไลน์ว่า เตรียมติดตามช้างไทยในต่างแดนที่ถูกส่งออกไป ซึ่งมีข้อมูลเบื้องต้น 20 เชือกที่ส่งไปในนามทูตสันถวไมตรี ทั้งในศรีลังกา เดนมาร์ก ญี่ปุ่น สวีเดน และออสเตรเลีย แล้ว
ไทยพีบีเอสออนไลน์ รายงานข้อมูลอ้างอิงจากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พบว่า ตั้งแต่ก่อนปี 2544-2559 มีช้างไทย 20 เชือกที่ถูกส่งไปอยู่ต่างแดนใน 5 ประเทศ คือ ศรีลังกา เดนมาร์ก ญี่ปุ่น สวีเดน และออสเตรเลีย ดังนี้
- ก่อนปี 2544 - กรมป่าม้ส่งออกช้าง 1 เชือกไปประเทศศรีลังกา (พลายประตูผา)
- ปี 2544 - กรมป่าไม้ส่งออกช้าง 2 เชือกไปประเทศศรีลังกา (พลายศักดิ์สุรินทร์ และ พลายศรีณรงค์)
- ปี 2544 - กรมป่าไม้ส่งออกช้าง 3 เชือกไปประเทศเดนมาร์ก
- ปี 2545 - กรมป่าไม้ส่งออกช้าง 2 เชือกไปยังประเทศญี่ปุ่น
- ปี 2547 - กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ส่งช้าง 2 เชือกไปประเทศสวีเดน
- ปี 2548 - จังหวัดสุรินทร์ ส่งออกช้าง 2 เชือกไปประเทศญี่ปุ่น (พลายอาทิตย์ และ พังอุทัย)
- ปี 2559 - องค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ส่งออกช้าง 8 เชือกไปประเทศออสเตรเลีย (พลายกุ้ง, พังทองดี, พังน้ำอ้อย, พังดอกคูณ, พังพรทิพย์, พังผักบุ้ง, พังแตงโม ส่วนอีกเชือก ไม่ระบุชื่อ)











