ทำไมการตามหารักแท้ถึงเป็นเรื่องยากขึ้น ?

Getty Images

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เทคโนโลยีทำให้การตามหารักแท้ในปัจจุบันยากขึ้นจริงเหรอ

พอล ซี บรันสัน ผู้เขียนหนังสือ Find Love (ค้นหารัก) และนักวิจัยจาก ทินเดอร์ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มหาคู่ออนไลน์ชื่อดัง บอกว่าการหาคู่ชีวิตในระยะยาวนั้นยากลำบากกว่าที่เคยเป็นมา เมื่อเดวิด ร็อบสัน ผู้สื่อข่าวเชิงสารคดีของบีบีซี ถามเขาว่าการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและวัฒนธรรมมีผลกับความสัมพันธ์ของเราอย่างไร

เทคโนโลยีนำเสนอโอกาสใหม่ ๆ มากมาย ให้เราได้พบปะกับคู่รักหรือคู่นอน แล้วสิ่งนี้ได้เปลี่ยนแปลงทัศนคติโดยรวมของเราที่มีต่อการออกเดทและความสัมพันธ์หรือไม่ ? ติดตามได้จากบทสัมภาษณ์พิเศษในบทความนี้

การหาคู่ในปัจจุบันยากกว่าสมัยก่อนจริงหรือ ?

พอล: การหาคู่เป็นการตัดสินใจที่สำคัญมากมาตลอด แต่จากการศึกษาสำหรับหนังสือเล่มนี้ ผมเชื่อว่าการหาและรักษาความรักในปัจจุบันนั้น ยากกว่าช่วงเวลาใดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ

สาเหตุประการหนึ่งคือ ทุกวันนี้เรามีรูปแบบความสัมพันธ์ที่หลากหลายมากขึ้น คุณสามารถมีคู่แบบคนเดียว หรือหลายคนก็ได้ในความสัมพันธ์ จะอยู่ด้วยกันหรือจะแยกกันอยู่ก็ได้เช่นกัน มีรูปแบบความสัมพันธ์เกินสิบ ๆ แบบที่ได้รับการยอมรับ และนี่ทำให้การหาคู่ที่ตรงกับเป้าหมายของคุณเป็นเรื่องท้าทาย

ประการที่สอง เรามีความต้องการจากคู่ของเรามากกว่าที่เคย เพราะในอดีต เราต้องการเพียงแค่ใครสักคนมาช่วยปกป้องหรือเลี้ยงดูลูกหรือช่วยดูแลไร่ แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป บทบาทของคู่ได้กลายเป็นเพื่อนแท้

ทว่าในปัจจุบัน ตามที่อีไล ฟินเคิล นักจิตวิทยากล่าวไว้ในงานวิจัยของเขาว่า มนุษย์เราได้เข้าสู่จุดของ "การวิวัฒนาการตนเอง" ซึ่งหมายความว่า เราค้นหาทุกสิ่งทุกอย่างจากคู่ของเรา เราต้องการให้พวกเขาเป็นทั้งคู่คิดทางปัญญา เป็นซีอีโอหรือผู้บริหารของบริษัทที่เรากำลังจะเปิดตัวขึ้น พวกเขายังต้องเป็นพ่อหรือแม่คนที่ยอดเยี่ยม และเป็นคนรักที่เร่าร้อนบนเตียงด้วย

เทคโนโลยีช่วยให้มีโอกาสเจอผู้คนใหม่ ๆ มากเกินไปหรือไม่ ?

Getty Images- Paul C Brunson

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, นักวิจัยของทินเดอร์ (Tinder) อย่าง พอล ซี บรันสัน บอกว่า ผู้คนอาจพยายามค้นหาสิ่งต่าง ๆ มากเกินไปจากคู่ของเรา

พอลบอกว่า เราลวงตัวเองให้เข้าสู่ภาวะที่ยิ่งมีตัวเลือกมากเท่าไร ก็ยิ่งมีไม่รู้ว่าจะเลือกอะไรที่ดีที่สุดกับเรา (paradox of choice) เราคิดว่าเรามีตัวเลือกไม่รู้จบ แต่ในความเป็นจริงแล้ว แม้คุณจะโหลดแอปพลิเคชันหาคู่มา 100 แอปฯ คุณจะมีเดทได้กี่ครั้งกันแน่ในหนึ่งสัปดาห์ มันมีข้อจำกัด ดังนั้น ตัวเลือกของเราไม่ได้มากมายอย่างที่เราคิด

เดวิดถามนักวิจัยของทินเดอร์ (แพลตฟอร์มหาคู่ชื่อดัง) ต่อว่า ความลักลั่นหนึ่งที่เขาเขียนไว้ในหนังสือคือประเด็นที่ระบุว่า โดยเฉลี่ยแล้วผู้คนไม่ค่อยมีความสุขกับความสัมพันธ์ของพวกเขามากนัก ทว่ามีคนจำนวนมากถึง 20% ที่มีความสุขกับคู่รักของตัวเอง และพวกเขามีความสุขกว่าที่เคยเป็นมา สิ่งนั้นเป็นเพราะอะไร ?

บรันสันตอบว่า หลายคู่ในปัจจุบันมีความพึงพอใจในชีวิตคู่ลดลง ซึ่งมีสาเหตุหลายประการ ตัวอย่างเช่น พวกเรารู้ว่ามีตัวเลือกมากขึ้นและคิดว่าคนอื่นดีกว่า นอกจากนี้เรายังมีความรู้มากขึ้นด้วย ยกตัวอย่างเช่น คุณสามารถเข้าทำแบบประเมินรูปแบบการผูกพันธ์ (attachment style) บนแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อดูว่าคุณหรือคู่ของคุณเหมาะสมกันหรือไม่

เดวิดถามต่อว่าสิ่งนี้ทำให้เกิดความไม่มั่นใจในความสัมพันธ์หรือไม่ ?

พอล: คำตอบคือใช่ คนจำนวนมากไม่พอใจ แต่บางคนก็ใช้เครื่องมือเหล่านี้เพื่อประโยชน์ของตัวเอง พวกเขาพยายามค้นหาช่องว่างในความสัมพันธ์ เพื่อที่จะทำให้มันดีขึ้น พวกเขาสร้างแรงบันดาลใจซึ่งกันและกันในการพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งหมายความว่า มีคนกลุ่มน้อยที่มีความพึงพอใจสูง และน่าเสียดายว่ามีคนอีกกลุ่มใหญ่ที่มีความพึงพอใจลดต่ำลง

รูปแบบความผูกพัน สะท้อนประสบการณ์ในวัยเด็กของเรากับผู้ดูแล และมีผลต่อความสัมพันธ์ในวัยผู้ใหญ่อย่างไร ?

พอล: มีรูปแบบความผูกพันที่มั่นคงปลอดภัย (secure attachment) ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วเป็นคนที่รู้สึกปลอดภัยเมื่อผู้ดูแลไม่อยู่ และสามารถปลอบประโลมตัวเองได้ เพราะพวกเขารู้ว่าผู้ดูแลจะกลับมา

ในทางตรงกันข้าม มันก็มีรูปแบบความผูกพันแบบกังวล (anxious attachment) ซึ่งออกมาในลักษณะที่ถ้าผู้ดูแลออกจากห้องแล้วกลับเข้ามา พวกเขาจะมีปัญหากับการปรับตัวเข้าหากันอีกครั้ง เพราะพวกเขากังวลว่าผู้ดูแลอาจจะจากไปอีก

อีกรูปแบบหนึ่งคือ ความผูกพันแบบหลีกเลี่ยง (avoidant attachment) คือกรณีที่ถ้าผู้ดูแลออกจากห้องแล้วกลับเข้ามา เด็กจะไม่สนใจ เพราะพวกเขาเชื่อว่าผู้ดูแลไม่ได้แยแสพวกเขาจริง ๆ ดังนั้นพวกเขาจึงเชื่อว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตนเท่านั้น

รูปแบบที่สี่คือ "ไม่เป็นระบบ" ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างรูปแบบความผูกพันแบบหลีกเลี่ยงและแบบความกังวล

วิธีที่เรายึดติดกับพ่อแม่ตอนเด็ก มักส่งผลต่อวิธีที่เรายึดติดกับคนที่เรารักในวัยผู้ใหญ่ ดังนั้นคุณจะเห็นคนที่มีรูปแบบความผูกพันแบบกังวล ก็มักจะกังวลตลอดเวลาว่าคู่ของพวกเขาจะจากไป คนที่มีรูปแบบความผูกพันแบบหลีกเลี่ยง ก็จะไม่เปิดเผยตัวตนทางอารมณ์กับคู่ของเขา ส่วนรูปแบบความผูกพันที่มั่นคงนั้น โดยพื้นฐานแล้วนับว่าดีที่สุด

ประเด็นเรื่องรูปแบบความผูกพันกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก แต่สิ่งสำคัญคือต้องรับรู้ถึงความแตกต่างทางวัฒนธรรมและความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรม เด็กที่ถือว่ามีความกังวลในพื้นที่หนึ่ง อาจถือว่ามีมั่นคงในอีกพื้นที่หนึ่ง เนื่องจากการเลี้ยงดูเด็กที่แตกต่างกัน

Getty Images

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, มีวิธีที่ดีและไม่ดีในการนำเสนอตนเองบนทินเดอร์ งานวิจัยของแอปฯ ระบุ

อะไรคือสิ่งที่ผู้คนทำผิดพลาดบนทินเดอร์ ?

พอล: มีข้อผิดพลาดหลายประการ ประการแรกคือ การไม่กำหนดเป้าหมายของความสัมพันธ์ไว้ล่วงหน้า ความสัมพันธ์มีรูปแบบที่หลากหลายมาก ตอนนี้บนทินเดอร์เพิ่มฟีเจอร์ที่ช่วยให้คุณสามารถเลือกเป้าหมายของความสัมพันธ์ได้แล้ว ถ้าสมมติว่าคุณกำลังมองหาคู่ชีวิตระยะยาว แต่ผมกำลังมองหาคู่แค่ชั่วคราว แล้วเราทั้งสองคนเริ่มต้นคบกัน มันจะกลายเป็นหายนะ

อีกปัญหาใหญ่คือ รูปไม่ตรงปก เพราะผู้คนมักใช้รูปภาพที่ไม่ใช่รูปปัจจุบัน ดังนั้นเมื่อไปเจอตัวจริง หน้าตาอาจจะไม่เหมือนในรูปเลย มันดูเหมือนว่าพวกเขาตั้งใจหลอก แต่จริง ๆ แล้วอาจไม่ได้เจตนา คุณรู้ไหม ตอนที่ผมเข้าร่วมทินเดอร์เมื่อสองปีที่แล้ว ผมต้องสร้างแอคเคาท์เพื่อดูว่ามันเป็นยังไง แล้วผมก็ดึงรูปภาพที่น่าจะถ่ายเมื่อ 12 ปีที่แล้วมาใช้ พนักงานทินเดอร์ที่ผมเคยทำงานด้วยบอกว่า พอล คุณไม่ได้หน้าตาแบบนั้นแล้ว พวกเราทุกคนคิดว่าตัวเองยังดูเหมือนเมื่อ 10 ปีที่แล้ว แต่มันไม่จริง คุณควรมีรูปภาพ 3-5 รูป รูปหนึ่งที่แสดงรอยยิ้มอย่างจริงใจ รูปหนึ่งที่แสดงให้เห็นตัวคุณแบบเต็มตัว และรูปภาพอื่น ๆ ที่แสดงกิจกรรมที่คุณหลงใหล

สุดท้าย อย่าลืมใส่ "beige flags" (ธงสีเบจ) [เป็นแสลงในต่างประเทศที่เอาไว้ใช้ระบุนิสัยของบุคคลที่ไม่นับว่าดีเกินไปหรือแย่เกินไป ใช้ควบคู่กับคำว่า "red flags" ซึ่งหมายถึงนิสัยที่ไม่ดีมาก ๆ ควรออกห่าง หรือ "green flags" นิสัยที่ดีมาก ๆ] ลงในโปรไฟล์ของคุณด้วย นิสัยเหล่านี้เป็นสิ่งที่คนอื่นอาจมองว่าแปลก แต่มันก็คือตัวคุณ

นิสัยกลาง ๆ อย่างหนึ่งที่ผมอาจจะใส่คือ ผมเล่นเกม Dungeons and Dragons ทุกเดือน คนจำนวนมากอาจเหมารวมและปัดคุณทิ้ง แต่ก็จะมีอีกกลุ่มคนที่สนใจ และการที่คุณใส่ "ธงสีเบจ" ของตัวเองลงไป มันก็แสดงให้เห็นว่าคุณมีความภาคภูมิใจในตัวเองมากแค่ไหน เพราะคุณกล้าที่จะเปิดเผยมันออกไป

มีความแตกต่างในการเดทระหว่างช่วงวัยต่าง ๆ หรือไม่ โดยเฉพาะเจนซี ?

เราต้องเข้าใจว่าเจนซี (Gen Z) ในเมืองหรือประเทศของคุณอาจจะแตกต่างจากเจนซีในอีกเมืองหรือประเทศอื่น แต่ก็มีความแตกต่างระหว่างรุ่นแน่นอน

สิ่งที่ผมชื่นชอบอย่างหนึ่งคือ เจนซีให้ความสำคัญกับความเป็นตัวของตัวเอง จากการวิจัยของเราที่ทินเดอร์ เราพบว่า ปัจจัยสำคัญอันดับหนึ่งที่บ่งชี้ว่าพวกเขาอยากจะเดทกันต่อหรือไม่ คือ พวกเขารู้สึกสบายใจที่จะเป็นตัวเองต่อหน้าอีกฝ่าย ในขณะที่คนรุ่นก่อน ๆ ล้วนให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์หน้าตามาเป็นอันดับหนึ่ง