ไบเดนโทษทรัมป์ ต้นเหตุความวุ่นวาย ปมถอนทหารจากอัฟกานิสถาน

สถานการณ์แห่งความสิ้นหวังในช่วงท้ายของการถอนกำลังของสหรัฐอเมริกาจากอัฟกานิสถาน

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, สถานการณ์แห่งความสิ้นหวังในช่วงท้ายของการถอนกำลังของสหรัฐอเมริกาจากอัฟกานิสถาน

รัฐบาลภายใต้การบริหารงานของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐอเมริกา กล่าวโทษ นายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดี ในรายงานฉบับใหม่ว่า เป็นต้นตอของความวุ่นวายในระหว่างการถอนกองกำลังทหารออกจากอัฟกานิสถาน

รายงานสรุปดังกล่าวมีทั้งหมด 12 หน้า ระบุว่า การสั่งการของนายไบเดน ในการให้กองทัพสหรัฐฯ ถอนกำลังทั้งหมดออกจากอัฟกานิสถานเกิดขึ้นภายในข้อจำกัดหลายประกาศที่เป็นมรดกตกทอดจากรัฐบาลชุดก่อน ในจำนวนนั้นคือ ข้อตกลงยุติสงครามกับกลุ่มตาลีบันเมื่อปี 2020

นอกจากนี้ รายงานยังรับทราบว่า รัฐบาลควรจะเริ่มการอพยพพลเรือนเสียแต่เนิ่น ๆ โดยการทบทวนคำสั่งและปฏิบัติการต่าง ๆ ที่นำไปสู่การถอนทหารของสหรัฐฯ จัดทำโดยกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ เสนอไปยังสภาคองเกรสอย่างลับ ๆ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

การถอนกำลังทหารออกจากอัฟกานิสถานของสหรัฐฯ เกิดขึ้นเมื่อเดือน ส.ค. 2021 ถือเป็นการสิ้นสุดสงครามอันยาวนานที่สุดของอเมริกา

หลังจากรัฐบาลอัฟกานิสถานล่มสลายลง ความโกลาหลก็เกิดขึ้น โดยเฉพาะที่ปรากฏที่สนามบินในกรุงคาบูล เนื่องจากฝูงชนจำนวนมากพยายามลี้ภัยออกไปยังต่างประเทศเนื่องจากประเทศกำลังจะถูกครอบครองโดยกลุ่มตาลีบัน

ในความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในวันที่ 26 ส.ค. 2021 มีรายงานว่าทหารของสหรัฐฯ 13 นาย และชาวอัฟกันอีก 170 คนเสียชีวิต จากเหตุระเบิดฆ่าตัวตาย 2 ครั้ง ขณะที่กองกำลังสหรัฐฯ พยายามช่วยอพยพประชาชนราว 120,000 คน

วันถัดมา สหรัฐฯ ได้นำเอาโดรนออกมาโจมตี โดยพุ่งเป้าไปยังผู้ต้องสงสัยที่จะก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตาย ขณะเดียวกันก็ยอมรับว่า การใช้ขีปนาวุธได้คร่าชีวิตพลเรือน 10 คน ในจำนวนนั้นมีเด็กรวมอยู่ด้วย 7 คน

ในปฏิบัติการถอนกำลังทหารครั้งนั้น มีกองทัพอังกฤษเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งนายเบน วัลเลซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอังกฤษเคยกล่าวว่า สภาวการณ์ในขณะนั้นทำให้สหราชอาณาจักรอยู่ในสถานะที่ยากลำบากยิ่ง

เนื้อหาทั้งหมดเอกสารดังกล่าวยังคงถูกปิดเป็นความลับ แต่เปิดเผยต่อสาธารณะเพียงบทสรุปในส่วนของความเห็นของประธานาธิบดีไบเดนและสภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ

อ้างเป็นมรดกบาปของรัฐบาลที่แล้ว

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา นายจอห์น เคอร์บี โฆษกกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ กล่าวตำหนิความวุ่นวายที่เกิดขึ้นจากปฏิบัติการถอนทหารในอัฟกานิสถาน เป็นมรดกจากรัฐบาลทรัมป์ โดยเขาอ้างถึงข้อความที่ระบุในรายงานว่า "เพิกเฉย และในบางกรณี มีความจงใจที่จะลดระดับโดยรัฐบาลทรัมป์" ภายใต้ข้อตกลงยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ และกลุ่มตาลีบัน ที่ลงนามในกาตาร์, การถอนกำลังสหรัฐฯ ระหว่างวาระการดำรงตำแหน่งของนายทรัมป์, การปลดปล่อยนักโทษชาวตาลีบันนับพันคน, จัดการโครงการวีซ่าที่เคยใช้อำนวยความสะดวกแก่พันธมิตรชาวอัฟกัน

นายเคอร์บีย้ำว่า "ขั้นตอนการเปลี่ยนผ่านเป็นเรื่องที่สำคัญ" และเป็นบทเรียนแรกที่เขารับทราบ ซึ่งรัฐบาลชุดถัดมาไม่สามารถรับผิดชอบใด ๆ

ขณะที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายรีพับลีกัน ผู้ที่กำลังสืบสวนเรื่องดังกล่าว ได้ยื่นความจำนงเพื่อดูเอกสารดังกล่าวมาแล้วหลายสัปดาห์ แต่ยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูล โดยเขาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลของไบเดนมีความพยายามจะฟอกขาวตัวเองจากความล้มเหลวในอัฟกานิสถาน

ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากรายงานดังกล่าวถูกเผยแพร่ นายทรัมป์วิจารณ์ตอบโต้ทำเนียบขาวกลับว่า กำลังเล่นงานเขาด้วยข้อมูลบิดเบือน พร้อมกับโพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของเขาว่า "ถ้าไม่ใช่ความรับผิดชอบของไบเดน จะเป็นใคร"

อย่างไรก็ตาม นายเคอร์บี กล่าวว่า นายไบเดนได้ประเมินสถานการณ์จากข้อมูลข่าวกรองและตัดสินใจทางการทหารอย่างดีที่สุดแล้ว แต่มีผลการประเมินสถานการณ์บางส่วนที่ผิดพลาด

จากความล้มเหลวในการจัดการสถานการณ์ในกรุงคาบูล รัฐบาลของไบเดนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักทั้งในและต่างประเทศ หลายคนแสดงความรู้สึกโกรธแค้นต่อการละทิ้งชาวอัฟกันและยุทโธปกรณ์บางส่วนของสหรัฐฯ ในอัฟกานิสถาน

นายเคอร์บีระบุว่า บทเรียนบางอย่างที่ได้เรียนรู้จากสงครามในครั้งนี้ คือ การประเมินสถานการณ์ที่ผิดพลาด ที่ไม่รู้มาก่อนว่ารัฐบาลของคาบูลที่สนับสนุนโดยสหรัฐฯ จะล่มสลายลงอย่างฉับพลัน

เรื่องนี้ ยังส่งผลต่อนโยบายของสหรัฐในการสนับสนุนยูเครน ก่อนที่รัสเซียจะบุกโจมตีอีกด้วย