เจ้าหญิงแห่งเวลส์ปรากฏตัวครั้งแรกหลังล้มป่วย ยอมรับตัดต่อภาพวันแม่เอง

ที่มาของภาพ, KELVIN BRUCE/JIM BENNETT
แคเธอรีน เจ้าหญิงแห่งเวลส์ ทรงขออภัยต่อ “ความสับสนใด ๆ ที่เกิดขึ้น” หลังตรัสยอมรับว่าทรงเป็นผู้ตัดต่อดัดแปลงพระรูปหมู่ของพระองค์ที่ฉายร่วมกับพระโอรสและพระธิดา เนื่องในโอกาสวันแม่ของสหราชอาณาจักร
มีการเผยแพร่พระดำรัสข้างต้น ทางบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ของสำนักพระราชวังเคนซิงตัน หลังสำนักข่าวและคลังภาพข่าวรายใหญ่ 5 แห่ง ยกเลิกการเผยแพร่พระรูปดังกล่าว เนื่องจากมีความกังวลสงสัยต่อร่องรอยการตัดต่อดัดแปลงที่ปรากฏอยู่ในภาพ
เจ้าหญิงแห่งเวลส์ตรัสชี้แจงว่า “ในบางครั้งข้าพเจ้าก็ทดลองตัดต่อภาพ เหมือนกับที่ช่างภาพมือสมัครเล่นหลายคนมักจะทำกัน”
พระรูปหมู่ดังกล่าวเป็นภาพแรกของเจ้าหญิงแห่งเวลส์ที่เผยแพร่ต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการ หลังทรงเข้ารับการผ่าตัดเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยเจ้าชายแห่งเวลส์ทรงฉายพระรูปนี้ด้วยพระองค์เอง
อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวชั้นนำของโลกอย่างเอพี, รอยเตอร์, เอเอฟพี, พีเอ และคลังภาพข่าวเก็ตตี้อิเมจ ได้ถอนพระรูปดังกล่าวออกจากคลังข้อมูลของตนและแจ้งยกเลิกการเผยแพร่ต่อ โดยสำนักข่าวเอพีระบุว่า “พบความคลาดเคลื่อนไม่สม่ำเสมอในภาพ ตรงบริเวณพระหัตถ์ซ้ายของเจ้าหญิงชาร์ล็อตต์”
หลังจากเหตุการณ์ข้างต้น เจ้าหญิงแห่งเวลส์ได้ปรากฏพระองค์ต่อสาธารณะเป็นครั้งแรกหลังการประชวร ขณะเสด็จออกจากปราสาทวินด์เซอร์ด้วยรถยนต์พระที่นั่งพร้อมกับเจ้าชายวิลเลียม ในช่วงบ่ายของวันจันทร์ที่ 11 มี.ค. ที่ผ่านมา โดยเจ้าชายแห่งเวลส์เสด็จฯ ไปทรงร่วมพิธีทางศาสนาเนื่องในวันเครือจักรภพ แต่เจ้าหญิงแห่งเวลส์ทรงไม่ได้เข้าร่วมพิธีดังกล่าวด้วย
ในพระดำรัสซึ่งเป็นข้อความที่เผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ “เอ็กซ์” (X) หรือทวิตเตอร์ในอดีต เจ้าหญิงแห่งเวลส์ตรัสว่า “ข้าพเจ้าปรารถนาจะแสดงการขออภัยต่อความสับสนใด ๆ ที่เกิดขึ้น อันเนื่องมาจากภาพครอบครัวที่เราได้เผยแพร่ออกไปเมื่อวานนี้ ข้าพเจ้าหวังว่าทุกคนที่เฉลิมฉลองวันแม่จะมีความสุขอย่างยิ่ง”
บัญชีสื่อสังคมออนไลน์ที่มีการลงพระดำรัสดังกล่าว เป็นบัญชีทางการของเจ้าชายและเจ้าหญิงแห่งเวลส์ แต่มีการลงพระนามท้ายพระดำรัสแบบลำลองด้วยตัวอักษรย่อ C. ซึ่งหมายถึงแคเธอรีน
หลายฝ่ายมองว่า พระดำรัสข้างต้นคือการที่เจ้าหญิงแห่งเวลส์ทรงแสดงความรับผิดชอบด้วยพระองค์เอง ต่อข้อสงสัยเรื่องการตัดต่อดัดแปลงภาพที่เกิดขึ้น แทนที่จะทรงปล่อยให้เป็นความรับผิดชอบของเจ้าชายแห่งเวลส์ พระสวามี ซึ่งทรงเป็นผู้ฉายพระรูป หรือให้ข้าราชสำนักเป็นผู้รับผิดชอบ

แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับพระราชวงศ์อังกฤษบอกกับบีบีซีว่า มีการดัดแปลงเล็กน้อยในภาพจริงด้วยฝีพระหัตถ์ของเจ้าหญิงแห่งเวลส์ ก่อนที่สำนักพระราชวังเคนซิงตันจะนำไปเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ อย่างไรก็ตาม สำนักพระราชวังเคนซิงตันแถลงว่า จะไม่เผยแพร่พระรูปต้นฉบับที่ยังไม่ผ่านการตัดต่อออกมาหลังจากนี้
ท่าทีดังกล่าวของสำนักพระราชวังเคนซิงตัน ยังคงทำให้ผู้คนเกิดความกังขาในข้อเท็จจริงพื้นฐานบางประการ เช่นมีการฉายพระรูปดังกล่าวเมื่อใดกันแน่ การตัดต่อนั้นมีขึ้นเพื่อดัดแปลงแก้ไขสิ่งใดบ้าง และพระรูปนี้แท้จริงเป็นภาพตัดต่อที่เกิดจากการนำหลายภาพมารวมกันหรือไม่
พระรูปดังกล่าวแสดงให้เห็นเจ้าหญิงแห่งเวลส์ขณะประทับนั่ง รายล้อมด้วยพระโอรสและพระธิดา โดยเจ้าชายจอร์จทรงโอบบั้นพระองค์ (เอว) ของพระมารดา ส่วนเจ้าหญิงแห่งเวลส์ทรงเอื้อมพระหัตถ์โอบบั้นพระองค์ของเจ้าชายลูอีส์และเจ้าหญิงชาร์ล็อตต์ไว้
พระรูปดังกล่าวลงข้อความที่เป็นพระดำรัสของเจ้าหญิงแห่งเวลส์ไว้ว่า “ขอขอบคุณต่อคำอวยพรที่เปี่ยมเมตตา และการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ขอให้ทุกท่านสุขสันต์วันแม่”
แม้พระรูปนี้จะเป็นภาพแรกของเจ้าหญิงแห่งเวลส์ที่เผยแพร่ต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการ หลังทรงประชวรเมื่อสองเดือนก่อน แต่แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดพระราชวงศ์อังกฤษบอกกับบีบีซีว่า การตัดต่อพระรูปครั้งนี้มีเจตนาให้เป็นเพียงการตกแต่งรูปถ่ายครอบครัวโดยช่างภาพมือสมัครเล่น เพื่อใช้เป็นที่ระลึกสำหรับวันแม่เท่านั้น ไม่ใช่การตกแต่งภาพด้วยมืออาชีพเพื่อใช้ในจุดประสงค์อื่นใด
ยิ่งชี้แจงยิ่งเกิดคำถามตามมามากขึ้น
แต่ถึงกระนั้นก็ตาม พระรูปหมู่ดังกล่าวไม่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นเพียงภาพถ่ายส่วนบุคคลธรรมดา เพราะมันได้รับการเผยแพร่ออกไปทั่วโลกในช่วงเวลาที่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า พระรูปนี้คือความพยายามที่จะหยุดยั้งการคาดเดาของผู้คนและข่าวเล่าลือหนาหูเกี่ยวกับเจ้าหญิงแห่งเวลส์ อันเนื่องมาจากการว่างเว้นไม่ปรากฏพระองค์ในที่สาธารณะเป็นเวลานาน ขณะที่ทรงพักฟื้นจากพระอาการประชวร
แทนที่จะทำให้ข่าวลือสงบลง พระรูปดังกล่าวกลับทำให้สาธารณชนเกิดข้อสงสัยเพิ่มขึ้น รวมทั้งนำไปสู่การอภิปรายถกเถียงกันว่า สื่อมวลชนควรใช้ภาพหรือคลิปวิดีโอในสื่อสังคมออนไลน์ ที่ผลิตขึ้นโดยปราศจากการมีส่วนร่วมของผู้สื่อข่าวอิสระหรือไม่
โดยทั่วไปแล้ว การปรากฏพระองค์ของพระราชวงศ์ในงานสาธารณะที่เป็นทางการ มักจะมีช่างภาพมืออาชีพและตัวแทนสื่อมวลชนเข้าร่วมทำข่าวและฉายพระรูป แต่ในครั้งนี้ภาพที่ถูกตัดต่อเป็นเพียงภาพครอบครัว ที่พระราชวงศ์ทรงฉายในช่วงเวลาที่เป็นส่วนพระองค์ อีกทั้งในอดีตเคยมีกรณีที่สำนักพระราชวังเคนซิงตันเผยแพร่คลิปวิดีโอที่เจ้าหญิงแห่งเวลส์เสด็จออกงานการกุศล โดยไม่มีตัวแทนผู้สื่อข่าวอิสระจากภายนอกเข้าร่วมงานมาแล้ว
นอกเหนือจากภาพนี้แล้ว ยังมีพระรูปของเจ้าหญิงแห่งเวลส์หลังทรงเข้ารับการผ่าตัด ที่มีการเผยแพร่ทางสื่อมวลชนอีกภาพหนึ่ง แต่เนื่องจากเป็นภาพที่แอบถ่ายโดยปาปารัสซี องค์กรข่าวในสหราชอาณาจักรจึงไม่ใช้ภาพดังกล่าวด้วยเหตุผลทางจริยธรรมในเรื่องการละเมิดความเป็นส่วนตัวของบุคคล
ในกรณีของพระรูปหมู่ที่ระลึกวันแม่ บีบีซีได้นำเสนอภาพที่ผ่านการดัดแปลงดังกล่าวด้วยเช่นกัน โดยนำมาจากบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ของสำนักพระราชวังเคนซิงตันโดยตรง

ที่มาของภาพ, Prince of Wales/Kensington Palace
ก่อนหน้านี้สำนักข่าวเอพีได้ออกประกาศ “แจ้งทำลาย” หรือ “killed notification” ซึ่งหมายถึงการถอนหรือยกเลิกการเผยแพร่ข้อมูลข่าว หลังตรวจสอบอย่างละเอียดจนพบว่า แหล่งข่าวได้แก้ไขดัดแปลงภาพต้นฉบับโดยไม่มีคำชี้แจงประกอบมาด้วย ทำให้เกิดข้อสงสัยต่อความถูกต้องของภาพข่าว ซึ่งสำนักข่าวทั่วไปมีพันธกิจที่จะต้องตรวจสอบก่อนนำเสนอ เพื่อไม่ให้เกิดการบิดเบือนข้อเท็จจริง
ในกรณีของสำนักข่าวเอพี ทางสำนักข่าวสามารถยอมรับได้เพียงรูปที่มีการดัดแปลงเล็กน้อยในบางกรณี เช่นการตัดภาพ มาใช้แค่บางส่วนรวมทั้งการปรับแต่งโทนสี แต่การปรับเปลี่ยนความคมชัด แสงเงา หรือการเปลี่ยนสีไปอย่างสิ้นเชิง จนสาระของภาพเหตุการณ์ถูกบิดเบือนไปอย่างมากนั้น ไม่อาจจะกระทำได้
หลังเสด็จออกจากปราสาทวินด์เซอร์ด้วยรถยนต์พระที่นั่งพร้อมกับเจ้าหญิงแห่งเวลส์ เจ้าชายวิลเลียมพร้อมด้วยสมเด็จพระราชินีคามิลลาได้ทรงเป็นประธานของเหล่าพระราชวงศ์ เนื่องในการประกอบพิธีทางศาสนาวันเครือจักรภพ ที่มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ ซึ่งในการนี้สมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 ได้ทรงบันทึกวิดีโอพระราชดำรัส เพื่อนำมาเปิดต่อหน้าแขกรับเชิญ 2,000 คน ซึ่งเป็นตัวแทนจากเครือจักรภพ 56 ประเทศ ในงานดังกล่าวด้วย

ที่มาของภาพ, PA MEDIA
สมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 ทรงอยู่ระหว่างเข้ารับการรักษาพระโรคมะเร็ง ที่สถานพยาบาลเอกชนชื่อดัง “ลอนดอน คลินิก” ใจกลางกรุงลอนดอน ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหญิงแห่งเวลส์ผู้มีพระชนมพรรษา 42 พรรษา ได้ประทับที่สถานพยาบาลแห่งเดียวกันเป็นเวลาถึง 13 คืน เพื่อทรงพักฟื้นหลังการผ่าตัดพระนาภี โดยไม่มีการเปิดเผยว่าทรงประชวรด้วยพระโรคใดกันแน่ แต่สำนักพระราชวังเคนซิงตันยืนยันว่าไม่ใช่โรคที่เกี่ยวข้องกับมะเร็ง

ที่มาของภาพ, PA MEDIA
ก่อนหน้านี้ สำนักพระราชวังเคนซิงตันแถลงว่า เจ้าหญิงแห่งเวลส์มีพระประสงค์ที่จะไม่เปิดเผยรายละเอียดเรื่องการประชวร เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนต่อการใช้ชีวิตตามปกติของพระโอรสและพระธิดา โดยจะมีการแถลงข่าวเพิ่มเติม ก็ต่อเมื่อมีความคืบหน้าที่สำคัญเกี่ยวกับพระอาการเท่านั้น












