ค้ามนุษย์ : สาวเวียดนาม-เมียนมาถูกล่อลวงค้าประเวณี จากปัญหาประชากรชายจีนสูงเกินผู้หญิง
องค์กรไม่แสวงผลกำไรในเวียดนาม ฎิบัติภารกิจเสี่ยงช่วยเหยื่อค้ามนุษย์หญิง ถูกส่งขายเป็นภรรยา หรือทาสกามในจีน ขณะที่ผลศึกษาชี้ กรณีนี้เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง เพราะหญิงในอนุภูมิภาคแม่น้ำโขงหลายหมื่นคน กำลังเผชิญวิบากกรรมเดียวกัน
หญิงสาวชาวเวียดนาม 2 คน วิ่งออกจากร้านตัดผมในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงของจีน รีบขึ้นรถที่จอดรอไว้ ฟังดูแล้วอาจเป็นเรื่องไม่น่าแปลกนัก แต่นี่คือปฎิบัติการเสี่ยงอันตราย เพื่อช่วยเหยื่อค้ามนุษย์สู่อิสรภาพและครอบครัว
หญิงทั้งสองคนทราบดีว่า หากหนีไม่สำเร็จ อาจถูกคนคุมในซ่อง ซ้อมหรือฆ่าได้ แต่พวกเธอยอมเสี่ยง เพื่อหนีจากการเป็นทาสกาม
"ฉันอาศัยอยู่ในจีนมา 6 เดือน และต้องทำงานในซ่อง" เล ติ วู (Le Thi Vu) อายุ 21 ปี เล่า "ทุกวัน ฉันต้องหลับนอนกับแขก 10-12 คน ฉันเหนื่อยมาก แต่แทบไม่มีเวลาแม้แต่จะร้องไห้ คิดถึงบ้าน หรือนอนพัก"

ที่มาของภาพ, AFP
ไม่กี่วันหลังปฎิบัติการสำเร็จด้วยดี หญิงสาวทั้งสอง กลับสู่บ้านเกิดในเวียดนามอีกครั้ง สำหรับ เล ติ วู มันเหมือนได้กลับมามีชีวิตใหม่
"ฉันดีใจมากที่ได้เจอแม่อีก"
ภารกิจช่วยเหยื่อค้ามนุษย์
การช่วยเหลือ เล ติ วู และเพื่อน ดำเนินการโดยองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร "บลู ดรากอน" ที่มีสำนักงานในกรุงฮานอยของเวียดนาม
ไมเคิล โบรโซว์สกี ผู้ก่อตั้งองค์กรชาวออสเตรเลีย ตระหนักดีว่า ปฎิบัติการลักษณะนี้ อีกทั้งยังเป็นในประเทศอย่างจีน เป็นเรื่องเสี่ยงอันตราย

ที่มาของภาพ, AFP
"ความเสี่ยงมีอยู่เสมอ แต่หากเราไม่ไปช่วย เด็กหญิงเหล่านี้จะต้องเสี่ยงต่ออะไรอีกมากมาย ถ้าเราไม่ไปช่วยเธอออกมา เธอจะกลายเป็นทาสตลอดไป"
นับแต่ปี 2550 ทางองค์กรช่วยผู้หญิงและเด็กหญิง ที่ถูกค้ามนุษย์ในจีนมาได้แล้วกว่า 400 คน และในช่วง 5 ปีมานี้ บลู ดรากอน ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดค้ามนุษย์ในเวียดนามแล้ว 76 ราย ซึ่งการค้ามนุษย์ในเวียดนาม มีโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี
สำหรับกรณีของ เล ติ วู คนที่จับเธอไปขาย คือเพื่อนหญิงและแฟนหนุ่ม วันนี้ทั้งคู่ถูกจำคุกแล้ว

ที่มาของภาพ, Getty Images
สนองตัณหา ชายจีนล้น
ผลการศึกษาของวิทยาลัยสาธารณสุขบลูมเบิร์ก มหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์ในสหรัฐฯ พบว่า ผู้หญิงและเด็กสาวหลายพันคน จากกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง คือ เวียดนาม เมียนมา กัมพูชา และ สปป.ลาว เป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ไปยังจีน ก่อนถูกบีบบังคับให้แต่งงานกับชายจีน หรือทำงานในสถานประเวณี
จากการสัมภาษณ์หญิงเมียนมาที่หนีกลับประเทศมาได้หลายคนพบว่า เธอถูกบังคับให้มีบุตรกับสามี ที่พวกเธอต้องจำยอมแต่งงานด้วย

ที่มาของภาพ, Getty Images
ดับเบิลยู คอร์ทแลนด์ โรบินสัน นักวิชาการผู้ร่วมจัดทำผลศึกษาฉบับนี้ ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเอเอฟพี ที่หน้าสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย ว่า ความเหลื่อมล้ำด้านประชากรจีนที่ผู้ชายมีจำนวนมากกว่าผู้หญิง ราว 120 ต่อ 100 นั้นหมายความว่า ชายจีน 20% หรือ 33 ล้านคน ไม่มีคู่ครอง
"พวกเขาหาภรรยาชาวจีนไม่ได้ แล้วยิ่งถ้ามีฐานะยากจน อยู่ในชนบท โอกาสหาภรรยายิ่งลดน้อยไปอีก"

ที่มาของภาพ, Getty Images
ความเหลื่อมล้ำด้านประชากรนี้ เป็นผลมาจากนโยบายลูกคนเดียว ที่ดำเนินมานาน 37 ปี ประกอบกับที่ครอบครัวจีน นิยมบุตรเพศชายมากกว่าเพศหญิง
คุกคาม ข่มขู่ ขัดหนี้
หญิงสาวยิ่งอายุน้อย ยิ่งมีราคามากในตลาดใต้ดินของจีน โดยอาจจะได้ราคาสูงถึง 15,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 490,000 บาท

ที่มาของภาพ, Getty Images
บางคนสมยอมเพราะต้องการหนีจากความขัดแย้ง ไร้ที่อยู่อาศัย และความยากจน รวมถึงสงครามกลางเมืองระหว่างทหารและกบฏชนกลุ่มน้อยในรัฐฉาน และคะฉิ่นของเมียนมา ที่ทำให้ผู้หญิงหลายหมื่นคนต้องไร้ที่อยู่อาศัย
แต่ผู้หญิงส่วนใหญ่ตกเป็นเหยื่อการถูกคุกคาม ข่มขู่ หรือใช้ขัดหนี้ให้ครอบครัว

ที่มาของภาพ, Getty Images
"บางคนถูกลักพาตัวก็มี" โรบินสัน กล่าว "เหยื่อจะไม่สามารถเลือกหรือปฏิเสธได้ แม้พวกเขารู้สึกว่าเป็นการคุกคาม แต่สุดท้ายต้องยอมรับชะตากรรม เพราะไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่า"
นักวิชาการอย่างโรบินสันเรียกร้องให้รัฐบาลเมียนมา ยุติความขัดแย้งในรัฐคะฉิ่นและฉานโดยเร็ว พร้อมฝึกฝนทักษะให้เจ้าหน้าที่หน่วยปราบปราม การค้ามนุษย์เพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญต้องยอมรับว่าผู้หญิงเหล่านี้ คือ "เหยื่อ"
หญิงไทยเอง เสี่ยงตกเป็นเหยื่อ
แม้ในผลการศึกษาของวิทยาลัยสาธารณสุข มหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์ ไม่ได้ระบุถึงผู้หญิงไทย แต่มีข่าวถึงขบวนการที่ ล่อลวงหญิงไทยไปค้ามนุษย์ในจีนแผ่นดินใหญ่อยู่หลายครั้ง

ที่มาของภาพ, Getty Images
กรณี ล่าสุดเมื่อเดือน พ.ย. 2561 ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงใหม่บุกจับขบวนการชาวจีน ที่เช่าห้องในศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา จัดสัมมนาชักชวนคนไทยไปทำงานในจีน โดยจับกุมหัวหน้าแก๊งและพวก รวม 13 คน ภายหลังพบว่า เหล่าผู้ต้องหากำลังคัดเลือกหมอนวดสาวไปทำงานในประเทศจีน
ตามข้อหานั้นเข้าข่ายจัดหาลูกจ้างด้วยตนเองเพื่อไปทำงานในต่างประเทศอย่างไม่ถูกต้อง ส่วนที่ว่าเป็นการค้ามนุษย์หรือไม่นั้น ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน
เมื่อปี 2558 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) แถลงผลการจับกุมหญิงไทยหลายราย ที่เป็นผู้ต้องหาขบวนการนายหน้าหลอกหญิงไทยไปค้าประเวณีในจีน โดยพบว่ากระทำการมาหลายปีแล้ว
วิธีการที่ใช้กับเหยื่อคือ เข้ามาพูดคุยผ่านสังคมออนไลน์ ชักชวนไปทำงานสถานบันเทิงในจีน ด้วยค่าตอบแทนสูง พร้อมดำเนินการด้านเอกสาร และตั๋วเครื่องบินให้พร้อม แต่เมื่อไปถึงกลับถูกผู้ต้องหาร่วมชาวจีน นำเหยื่อไปค้าบริการทางเพศ
"มีความหวังจะใช้ชีวิตอีกครั้ง"
เหวียน จาง เป็นสาวเวียดนามอีกคนที่ได้รับการช่วยเหลือเมื่อปีก่อน หลังคนรักขายเธอให้ไปเป็นภรรยาของผู้ใช้แรงงานชาวจีนที่ยากจน ในมณฑลหูหนาน

ที่มาของภาพ, AFP
เธอใช้ชีวิตเหมือนตกนรกนาน 8 เดือน ก่อนแอบติดต่อกับบลู ดรากอน ที่ช่วยให้เหวียน จาง ขึ้นรถข้ามพรมแดนกลับมาเวียดนามได้สำเร็จ
"เมื่อฉันมาถึงเวียดนาม ฉันดีใจมาก เหมือนได้มีชีวิตใหม่ และมีความหวังจะใช้ชีวิตอีกครั้ง" มาวันนี้ หญิงสาววัย 20 ปี ทำงานที่ร้านอาหารในกรุงฮานอย พยายามลืมช่วงชีวิตที่ดำมืดในอดีต
ทั้งนี้ แม้องค์กรอย่างบลู ดรากอน จะช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์เหมือน เล ติ วู และเหวียน จาง ออกมาได้มากเท่าไหร่ แต่เรื่องเล่าอันน่าสลด ยังคงปรากฎออกมาต่อเนื่อง เพราะความทุกข์ของผู้หญิงในลุ่มแม่น้ำโขงอย่างพวกเธอ กลับหมายถึงเงินมหาศาลหลายพันล้านบาท ที่เป็นเลือดหล่อเลี้ยง อุตสาหกรรมมืดแบบนี้ต่อไป

ที่มาของภาพ, Getty Images










